ความสัมพันธ์ประชาชนชายแดน"ไทย-กัมพูชา"ยังราบรื่น ท่ามกลางข้อพิพาทปราสาทพระวิหาร

ความสัมพันธ์ประชาชนชายแดน"ไทย-กัมพูชา"ยังราบรื่น ท่ามกลางข้อพิพาทปราสาทพระวิหาร

ความสัมพันธ์ประชาชนชายแดน"ไทย-กัมพูชา"ยังราบรื่น ท่ามกลางข้อพิพาทปราสาทพระวิหาร

รูปข่าว : ความสัมพันธ์ประชาชนชายแดน"ไทย-กัมพูชา"ยังราบรื่น ท่ามกลางข้อพิพาทปราสาทพระวิหาร

ความสัมพันธ์ประชาชนชายแดน แม้ที่ผ่านมาเกิดกรณีพิพาทปราสาทพระวิหารระหว่างไทยกับกัมพูชาแต่ความสัมพันธ์ของผู้ที่อาศัยตามแนวชายแดนทั้ง 2 ประเทศยังดีต่อกัน เพราะนอกจากความสัมพันธ์ด้านการค้าขายแล้ว ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังเป็นเครือญาติกัน ส่วนข่าวการแถลงด้วยวาจาคดีปราสาทพระวิหารต่อศาลโลก ทำให้ชาวกัมพูชาที่อาศัยตามแนวชายแดนบางส่วนอพยพจากพื้นที่เพราะกลัวการสู้รบ

แม้จะพูดคนละภาษาแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตร่วมกันระหว่างปรีชา บุญปลอด ชาวบ้านไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ กับภรรยาชาวกัมพูชา ที่ใช้ชีวิตร่วมกันมานานกว่า 7 ปี

ปรีชาเป็นพ่อค้าชาวไทยซึ่งมาค้าขายที่จุดผ่านแดนถาวช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ ก่อนจะแต่งงานกับภรรยาชาวกัมพูชา ไม่ต่างจากหลายครอบครัวที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน ที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันระหว่างคน 2 เชื้อชาติ

ความใกล้ชิดทางวัฒนธรรมและความสัมพันธ์ของคน 2 ประเทศ ที่มีเพียงเส้นเขตแดนขวางกั้น ไม่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างไมตรี แม้ตลอดเวลา 3 ปี จะมีข้อพิพาทเรื่องเขตแดนปราสาทพระวิหาร และเกิดการสู้รบตามแนวชายแดน

ความสัมพันธ์ของชาวไทยและกัมพูชา ตามแนวชายแดนมีทั้งในแง่การค้าขายและลักษณะเครือญาติ และทุกครั้งที่มีประเด็นข้อพิพาทปราสาทพระวิหาร ประธานชมรมผู้ประกอบการค้าชายแดนช่องสะงำบอกว่า ชาวกัมพูชามีความอ่อนไหวกับข่าวมากกว่าฝั่งไทยโดยเฉพาะในช่วงแถลงคดีปราสาทพระวิหารชาวกัมพูชาบางส่วนเริ่มอพยพออกจากพื้นที่เพราะกลัวการสู้รบ

 

ประธานชมรมผู้ประกอบการค้าชายแดนช่องสะงำยังระบุอีกว่าในช่วงปลายปีซึ่งมีการตัดสินคดีปราสาทพระวิหาร อยากให้เกิดผลดีกับทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อในอนาคตทั้ง 2 ประเทศจะได้ร่วมกันพัฒนาพื้นที่ตามแนวชายแดนให้เป็นพื้นที่การค้าและพัฒนาความสัมพันธุ์เพื่อเตรียมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอีก 2 ปีข้างหน้า


กลับขึ้นด้านบน