ภาคประชาชนร้องสธ.ให้ชี้ชัด "แร่ใยหิน" อันตรายต่อสุขภาพ

ภาคประชาชนร้องสธ.ให้ชี้ชัด "แร่ใยหิน" อันตรายต่อสุขภาพ

ภาคประชาชนร้องสธ.ให้ชี้ชัด "แร่ใยหิน" อันตรายต่อสุขภาพ

รูปข่าว : ภาคประชาชนร้องสธ.ให้ชี้ชัด "แร่ใยหิน" อันตรายต่อสุขภาพ

ภาคประชาชนร้องสธ.ให้ชี้ชัด งานวิจัยจากต่างประเทศ ระบุว่า การสูบบุหรี่และสัมผัสแร่ใยหิน เพิ่มอัตราเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งปอด 37 เท่า ขณะที่เครือข่ายภาคประชาชนเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันผลการศึกษาที่ชัดเจนว่า แร่ใยหินมีอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนและให้ยกเลิกใช้แร่ใยหินอย่างจริงจัง

ตัวแทนสภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วย จากการทำงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย เครือข่ายสังคมไทยไร้แร่ใยหิน หรือ ที-แบน ยื่นหนังสือถึงนายแพทย์ชาญวิทย์ ทระเทพ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพจากแร่ใยหิน

โดยเรียกร้องให้คณะกรรมการชุดนี้ มีข้อสรุปและยืนยันให้ได้ว่า แร่ใยหินส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน หลังผ่านมาแล้ว 2 ปี ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2554 ที่ให้สังคมไทยไร้แร่ใยหิน แต่กลับยังไม่มีการดำเนินการที่ชัดเจน โดยอ้างว่า ยังไม่พบสถานการณ์การเจ็บป่วยจากแร่ใยหินภายในประเทศ ทั้งที่กว่า 50 ประเทศทั่วโลก ยกเลิกการใช้แร่ใยหินไปแล้ว

สำหรับการประชุมคณะกรรมการศึกษาข้อเท็จจริงในวันนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 หลังก่อนหน้านี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าแร่ใยหินส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยประธานที่ประชุม ยืนยันว่า จะพิจารณาจากหลักฐานทางการแพทย์ทั้งในและต่างประเทศ และจะยึดประโยชน์สุขภาพประชาชนเป็นหลัก

ล่าสุดงานวิจัยจากวารสารทางการแพทย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่า การสูบบุหรี่และสัมผัสแร่ใยหิน เพื่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปอด 37 เท่า โดยในกลุ่มผู้ไม่สูบบุหรี่ การสัมผัสแร่ใยหินมีความเสี่ยงต่อการตายจากมะเร็งปอด 5.2 เท่า หากมีการสูบบุหรี่ร่วมด้วย จะเพิ่มเป็น 28 เท่า โดยอัตราการตายจะเพิ่มเป็น 36.8 เท่า


กลับขึ้นด้านบน