ติดตามตัวแทนไทยสู้คดีปราสาทพระวิหารในศาลโลก

ติดตามตัวแทนไทยสู้คดีปราสาทพระวิหารในศาลโลก

ติดตามตัวแทนไทยสู้คดีปราสาทพระวิหารในศาลโลก

รูปข่าว : ติดตามตัวแทนไทยสู้คดีปราสาทพระวิหารในศาลโลก

ติดตามตัวแทนไทยสู้คดีปราสาทพระวิหารในศาลโลก การแถลงด้วยวาจาของทีมทนายฝ่ายไทย ต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก ในรอบแรกได้พักชั่วคราว เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น.ที่ผ่านมา และจะขึ้นชีแจงอีกครั้งในรอบที่ 2 เวลาประมาณ 20.00 น.ตามเวลาประเทศไทย

ในช่วงแรกที่เริ่มต้นเมื่อเวลา 15.00 น.นั้น ทีมทนายความได้พยายามโน้มน้าวให้ศาลโลกเห็นว่าแผนที่ แอนเน็กซ์ วัน อัตราส่วน 1:200,000 ที่ฝ่ายกัมพูชาใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการต่อสู้คดี ไม่มีความน่าเชื่อถือ

นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเฮก ประเทศเนอเธอร์แลนด์ ในฐานะหัวหน้าคณะทีมทนายความสู้คดีปราสาทพระวิหาร เป็นคนแรกที่แถลงด้วยว่าจาต่อศาลโลก สรุป คำขอให้ตีความทบทวนใหม่ รับฟังไม่ได้ และศาลก็ไม่ยอมรับตั้งแต่ปี 2505 คำร้องของกัมพูชาเป็นคำร้องโดยมิชอบ และข้อพิพาทที่เกิดขึ้น ไทยพยายามใช้การเจรจาตามคณะกรรมการชายแดน(เจบีซี) รวมถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของกัมพูชา เห็นได้ชัดว่า พยายามอ้างถึงดินแดนเพื่อขึ้นทะเบียนมรดกโลก และเหตุการณ์การปะทะตามแนวชายแดนถูกยั่วยุ โดยกัมพูชา 

  
นอกจากนี้  MOU 2543 เป็นเอกสารสำคัญที่กัมพูชายอมรับว่าพื้นที่พิพาทไม่ได้อยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา เรื่องเขตแดน ซึ่งต้องใช้กระบวนการทางสนธิสัญญา
  
จากนั้น โดนัลด์ เอ็ม. แมคเรย์ ได้ระบุว่า คำพิพากษา ของศาล เห็นได้ชัดเจนว่าปฎิเสธชี้ขาดเรื่องเขตแดน หรือ เส้นบนแผนที่ แต่คำร้องขอของกัมพูชา ต่อศาลโลก ครั้งนี้ อ้างถึงเส้นในแผนที่ 1:200,000  เป็นคำร้องขอที่แอบแฝงข้อเท็จจริง ไม่มีความชัดเจน และการแก้ปัญหาพิพาทเรื่องเขตแดน มี MOU 2543 เป็นตัวกำหนดอยู่แล้ว และข้อเรียกร้องของกัมพูชา เหมือนเป็นการพบข้อพิพาทใหม่
 
       
ขณะที่อลินา มิรอง ระบุว่า  การที่กัมพูชาใช้แผนที่ 1:200,000 ซึ่งศาลโลกไม่ได้มีหลักฐานรับรอง และไม่มีความชัดเจน รวมถึงในคำพิพากษา ก็ไม่ได้กล่าวถึงแผนที่ นอกจากนี้หน่วยวิจัยเขตแดนระหว่างประเทศ บอกว่า ไม่สามารถกำหนดเขตแดนตามแผนที่ ที่กัมพูชากล่าวอ้างได้ และการที่กัมพูชากำลังขอให้ศาลวินิจฉัยเส้นเขตแดน ทั้งที่ไม่ได้กำหนดไว้ กัมพูชา กำลังมีเจตนาขยายอาณาเขตไปในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร
 
ด้านศาสตราจารย์ อแลง เเปลเล่ต์ กล่าวว่า กัมพูชา ไม่มีข้อเท็จจริงใหม่ ภาระการพิสูจน์แผนที่ต้องเกิดขึ้นหลังจากคำพิพากษา การตีความคำพิพากษา ไม่มีทางเป็นไปได้ ที่จะเกินกว่าคำพิพากษา ปี 2505 และหลังจากมีคำพิพากษา เกิดความตึงเครียดทางด้านการทูตจริง แต่คำพิพากษาก็ไม่ได้พูดถึงการกำหนดเขตแดน และการที่มีป้ายที่บ่งชี้ขอบเขตของปราสาทพระวิหาร ถือเป็นการดำเนินการตามคำพิพากษา ว่าเป็นขอบเขตปราสาทพระวิหาร นอกจากนี้หลังจากการล้อมรั้วรอบปราสาทพระวิหารตามคำพิพากษาศาลโลกปี 2505 สมเด็จพระนโรดมสีหนุ กษัตริย์กัมพูชา เคยเสด็จฯ ขึ้นไปบนเขาพระวิหารโดยไม่ได้โต้แย้ง และยังแสดงความยินดีต่อการเสด็จขึ้นไปบนเขาพระวิหาร ทั้งยังประกาศว่า ไทยได้ดำเนินตามคำพิพากษาศาลโลกแล้ว
 
รวมถึงศาสตราจารย์ เจมส์ ครอว์ฟอร์ด ที่ระบุว่า ขอบเขตอำนาจของศาลในปี 2505 ศาลกำหนดไว้แล้ว ว่า จะไม่ตัดสินเรื่องเขตแดน จึงมีคำถามว่า กัมพูชาต้องการอะไร และกัมพูชา ต้องการเบี่ยงเบน เพื่อให้ใช้แผนที่ 1 : 200,000 แต่คำร้องขอ ของกัมพูชาก็ไม่ได้มีสาระที่จะพูดเรื่องนี้อีก และศาลฯมีหน้าที่ต้องคลี่คลายข้อโต้แย้ง มิใช้ทำให้เกิดข้อโต้แย้งมากขึ้น


กลับขึ้นด้านบน