"ชัยวัฒน์" ชี้การล่าช้างในป่าแก่งกระจานทำเป็นขบวนการ

"ชัยวัฒน์" ชี้การล่าช้างในป่าแก่งกระจานทำเป็นขบวนการ

"ชัยวัฒน์" ชี้การล่าช้างในป่าแก่งกระจานทำเป็นขบวนการ

รูปข่าว : "ชัยวัฒน์" ชี้การล่าช้างในป่าแก่งกระจานทำเป็นขบวนการ

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเผยการล่าช้างในป่าแก่งกระจานทำเป็นขบวนการ และเตรียมนำเรื่องการล่าช้างป่าเสนอเป็นคดีพิเศษในสัปดาห์หน้า ขณะที่นักอนุรักษ์ช้างไทยยืนยันว่าการฆ่าช้างในระยะหลังเป็นการวางยาพิษ เพื่อหวังผลให้เกิดความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่อุทยานฯ และชาวบ้านในพื้นที่

ภาพซากช้างที่พบในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี คือหลักฐานที่นายดุลสิทธิ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา นักอนุรักษ์ช้างไทย นำไปแสดง และตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาขบวนการที่อยู่เบื้องหลัง และผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยนายดุลสิทธิ์ ตั้งข้อสังเกตว่าช้างในป่าแก่งกระจานส่วนใหญ่เสียชีวิตบริเวณอ่างเก็บน้ำกะหร่าง 3 ซึ่งไม่น่ามีความเป็นไปได้ และที่กรมอุทยานฯ ออกมาระบุสาเหตุช้างถูกยิงตายเพื่อเอาลูกนั้น ความจริงแล้วเป็นช้างเพศผู้ ส่วนซากช้างที่พบล่าสุด ซึ่งกรมอุทยานฯ ระบุเป็นช้างเพศผู้ แต่ความจริงแล้วเป็นช้างเพศเมีย มีลูกติดอยู่ในท้องด้วย

ขณะที่การตรวจพิสูจน์ซากช้างจนพบหัวกระสุนปืนนั้น ส่วนตัวสันนิษฐานว่าหัวกระสุนที่พบไม่น่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ช้างเสียชีวิต แต่อาจมาจากการวางยาพิษ และช่วงหลังที่พบซากช้างอาจมีผู้ต้องการให้เกิดความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่อุทยานฯ กับคนในพื้นที่โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ ส่วนขบวนการล่าช้างที่มีการนำเสนอข่าวก่อนหน้านี้ นายดุลสิทธิ์เชื่อว่ามาจากขบวนการล่าช้างซึ่งหญิงชาวลาวที่เคยถูกจับในประเทศไทย และได้รับการประกันตัวเป็นนายทุน และมีตำรวจในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิร่วมขบวนการ

ขณะที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ยืนยันว่าข้อมูลของนายดุลสิทธิ์ไม่ตรงกับข้อมูลของกรมอุทยานฯ ซึ่งที่ผ่านมา กรมอุทยานฯ ได้เก็บรวบรวมข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับขบวนการล่าช้างป่าไว้อย่างครบถ้วนแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องนำข้อมูลของนายดุลสิทธิ์มาใช้

นายชัยวัฒน์ กล่าวด้วยว่า การล่าช้างในป่าแก่งกระจานทำเป็นขบวนการ มีทั้งการล่าเพื่อเอาลูกช้างไปขายต่อในปางช้าง ล่าเพื่อนำเนื้อ และอวัยวะไปเปิบพิสดาร และล่าเพื่อเอาอวัยวะไปทำเครื่องลางของขลังขายในตลาดมืด มีการลงโฆษณาในเว็บไซต์ขายกันอย่างเปิดเผย ในสัปดาห์หน้าจะเดินทางไปพบกับนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เพื่อนำหลักฐาน และรายชื่อขบวนการล่าช้างป่าไปมอบให้ เพื่อนำเรื่องการล่าช้างป่าเป็นคดีพิเศษ

ทั้งนี้ ในรอบ 15 เดือนที่ผ่านมา มีการพบซากช้างถึง 6 ตัว ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ล่าสุดช้างป่าที่ตาย 2 ตัว คือวันที่ 8 มีนาคม และวันที่ 9 เมษายน ได้มีการตั้งเงินรางวัลสำหรับผู้ที่ให้เบาะแสนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ เป็นเงินรางวัลตัวละ 100,000 บาท รวม 200,000 บาท


กลับขึ้นด้านบน