ตลาดอสังหาฯไทยยังโต กว่า8หมื่นล้านบาท ทั้งบ้านเดี่ยว-บ้านแฝด-คอนโดฯ

ตลาดอสังหาฯไทยยังโต กว่า8หมื่นล้านบาท ทั้งบ้านเดี่ยว-บ้านแฝด-คอนโดฯ

ตลาดอสังหาฯไทยยังโต กว่า8หมื่นล้านบาท ทั้งบ้านเดี่ยว-บ้านแฝด-คอนโดฯ

รูปข่าว : ตลาดอสังหาฯไทยยังโต กว่า8หมื่นล้านบาท ทั้งบ้านเดี่ยว-บ้านแฝด-คอนโดฯ

ตลาดอสังหาฯไทยยังโต กว่า8หมื่นล้านบาท ทั้งบ้านเดี่ยว-บ้านแฝด-คอนโดฯ  ไตรมาส 1/2556 มีหน่วยขายเปิดใหม่ถึง 30,000 หน่วย รวมมูลค่า 80,500 ล้านบาท คาดว่าทั้งปีเฉพาะที่อยู่อาศัยจะเปิดถึง 119,132 หน่วย

 นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย รายงานว่า อสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทเปิดตัวอย่างคึกคักในช่วงไตรมาสที่ 1/2556 และยังต่อเนื่องมาในเดือนเมษายน 2556 ที่ยังเปิดตัวมากเป็นพิเศษ แม้เข้าสู่ไตรมาสที่ 2 แล้วก็ตาม ทั้งนี้คงเป็นผลจากการคลี่คลายขยายตัวของเศรษฐกิจไทย หากเฉพาะจำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยที่เปิดใหม่ในไตรมาส 1/2556 มีจำนวนสูงถึง 29,783 หน่วย รวมมูลค่าที่อยู่อาศัยที่เปิดใหม่ทั้งหมดในไตรมาส 1/2556 เป็นเงินสูงถึง 79,942 หรือเฉลี่ยเป็นเงินหน่วยละ  2.684 ล้านบาท จะเห็นได้ว่าในปีนี้ราคาที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ลดลงจากปีที่แล้วที่ค่าเฉลี่ยประมาณ 3 ล้านบาท ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะการเก็งกำไร 

 
นายโสภณ กล่าวรายละเอียดพบว่ามีการเปิดตัวโครงการทั้งหมด 80 โครงการ เป็นบ้านเดี่ยว 17 โครงการ รวม 2,468 หน่วย เป็นบ้านแฝด 3 โครงการ รวม 139 หน่วย เป็นทาวน์เฮ้าส์ 18 โครงการ รวม 3,750 หน่วย เป็นอาคารพาณิชย์6 โครงการ จำนวน 180 หน่วย และเป็นอาคารชุด 42 โครงการ ถึง 23,246 หน่วย อนึ่งจำนวนโครงการในรายละเอียดจะมีมากกว่า 80 โครงการ เพราะบางโครงการมีมากกว่า 1 ประเภทบ้าน โดยข้อสังเกตว่า สินค้าประเภทห้องชุดมีมากถึง 78% ของทั้งหมด และเป็นห้องชุดระดับราคาปานกลางค่อนข้างถูก (ไม่เกิน 2 ล้านบาท) แสดงถึงอาการของการเก็งกำไรอยู่พอสมควร โดยในปี 2555มีห้องชุดเปิดใหม่อยู่เพียง 60% ของอุปทานใหม่ทั้งหมด แต่ปีนี้ขยับขึ้นมาสูงมาก ทั้งนี้เป็นผลจากการเปิดตัวโครงการอาคารชุดของบริษัทมหาชนใหญ่ ๆ ในตลาดหลักทรัพย์เป็นสำคัญ 
 
ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ได้ประมาณการจำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ทั้งปี 2556 อยู่ที่ 119,132 หน่วย รวมมูลค่าประมาณ 319,767 ล้านบาท ซึ่งจะมีจำนวนสูงกว่าปี 2555 ที่มีจำนวน 102,080 หน่วย รวมมูลค่า 299,829 ล้านบาท ทั้งนี้ยกเว้นหากเกิดวิกฤติที่ไม่คาดฝันใด เช่น วิกฤติทางการเมือง วิกฤติเศรษฐกิจ หรืออื่น ๆ 


กลับขึ้นด้านบน