หอการค้าไทยแนะรัฐแก้ปัญหาค่าเงินบาทแข็ง

หอการค้าไทยแนะรัฐแก้ปัญหาค่าเงินบาทแข็ง

หอการค้าไทยแนะรัฐแก้ปัญหาค่าเงินบาทแข็ง

รูปข่าว : หอการค้าไทยแนะรัฐแก้ปัญหาค่าเงินบาทแข็ง

หอการค้าไทยแนะรัฐแก้ปัญหาค่าเงินบาทแข็ง มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยระบุว่า หากเงินบาทแข็งค่าขึ้นไปแตะระดับ 27 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อาจส่งผลให้มีผู้ประกอบการต้องปลดคนงาน เเละปิดกิจการ ซึ่งภาครัฐต้องออกมาตรการเพื่อดูเเลค่าเงินบาทอย่างเร่งด่วน

จากการสำรวจผู้ประกอบการทั่วประเทศ ถึงผลกระทบเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมา อยู่ที่ 28.80 -29.10 บาท ของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่าร้อยละ 40 ระบุว่าธุรกิจได้รับผลกระทบ จากยอดการส่งออกสินค้าลดลง และไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้

โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ระบุว่าค่าเงินบาทที่เหมาะสมที่สุด ควรจะอยู่ที่ 30.48 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ค่าเงินบาทที่ผู้ประกอบการรับได้ ควรอยู่ที่ 29.18บาท แต่ถ้าค่าเงินบาทแข็งค่า 28 บาทและ 27 บาท ผู้ประกอบการร้อยละ 12 ระบุต้องปลดคนงาน และร้อยละ 10 ต้องปิดกิจการ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ แนะว่า รัฐบาลควรแทรกแซงค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าเร็วเกินไป โดยให้เงินบาทอยู่ที่ระดับ 29-30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

โดยธนาคารแห่งประเทศไทยควรลดค่าธรรมเนียมการแลกเงินและหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ หรืออาจลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และควบคุมปริมาณเงินไหลเข้า

สอดคล้องกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทซึ่งสมาชิกได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็ง เตรียมเสนอรัฐบาล และธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ดูแลค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพ ออกมาตรการสกัดเงินทุนไหลเข้า รวมถึงลดอัตราดอกเบี้ยนโบบาย

ขณะที่หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยขณะนี้มีความเหมาะสม หากลดดอกเบี้ยอาจจะเกิดภาวะฟองสบู่ได้

ทั้งนี้แนะนำว่าธนาคารแห่งประเทศไทยควรใช้วิธีซื้ออัตราแลกเปลี่ยน เพื่อให้ค่าเงินอ่อนลง หรืออาจนำเงินสำรองตั้งกองทุนมั่งคั่ง ลงทุน เพื่อได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากที่ปัจจุบันการลงทุนของธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ผลตอบแทนเพียงร้อยละ 0.6


กลับขึ้นด้านบน