"จุดระเบิดระลอก 2" กับภารกิจชุดเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด

"จุดระเบิดระลอก 2" กับภารกิจชุดเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด

"จุดระเบิดระลอก 2" กับภารกิจชุดเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด

รูปข่าว : "จุดระเบิดระลอก 2" กับภารกิจชุดเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด

ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และในจังหวัดสงขลา เจ้าหน้าที่ความมั่นคงเพิ่มมาตรการดูแลอย่างเข้มงวด ป้องกันการสร้างสถานการณ์ก่อความไม่สงบ ช่วงครบรอบ 9 ปี มัสยิดกรือเซะ และการพูดคุยสันติภาพปลายเดือนนี้ ขณะที่เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในหน่วยทหารเฉพาะกิจนาวิกโยธินที่ 32 จังหวัดนราธิวาส ขณะชุดเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด หรือ อีโอดี ตรวจสอบระเบิดที่เก็บกู้ได้ จนเสียชีวิต 3 นายเมื่อวานนี้ มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการตอบโต้ทหารนาวิกโยธิน ต่อเหตุปะทะกับแนวร่วมกลุ่มอาร์เคเค ที่เสียชีวิต 16 คน ขณะบุกโจมตีฐานปฏิบัติการ เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาหรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สรุปสาเหตุ และอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นการต่อวงจรระเบิดแบบ 2 ชั้น เพื่อลวงเจ้าหน้าที่หรือไม่

เหตุการณ์ขณะทหารชุดเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด หรือ อีโอดี กองทัพเรือ เก็บกู้ระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนัก กว่า 20 กิโลกรัม บรรจุในถังแก๊สที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบลอบวางไว้ตรงจุดที่ติดป้ายผ้า ต่อต้านการพูดคุยสันติภาพ บริเวณบ้านจำปากอ ตำบลกาเยาะมาตี อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ช่วงเช้าวานนี้ จากนั้น 2 ชั่วโมงต่อมา เกิดระเบิดขึ้น ภายในโรงอาหารของหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 32 นาวิกโยธิน ในอำเภอเจาะไอร้อง ขณะชุดอีโอดี ตรวจสอบระเบิดดังกล่าว เป็นเหตุให้ ร.ท.ชัยสิทธิ์ เตชะสว่างวงศ์ หัวหน้าชุด, พ.จ.อ.ทัศนัย ชมพูทวีป รองหัวหน้าชุด, จ.อ.เรวัตร คงนาค เสมียนกองทำลายวัตถุระบิด เสียชีวิต และยังมีทหาร บาดเจ็บอีก 6 นาย

หลังสิ้นเสียงระเบิดถูกตั้งข้อสงสัยจากหลายฝ่ายว่าอาจเป็นแผนลวงของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ตั้งใจประกอบระเบิด 2 ลูกซ้อน ในถังแก๊สปิกนิก หวังทำร้ายทหารหน่วยเฉพาะกิจ นราธิวาส 32 ตอบโต้เหตุการณ์ปะทะกับผู้ก่อความไม่สงบกลุ่มอาร์เค ที่นายมะรอโซ จันทรวดี และพวก 16 คน เสียชีวิต ขณะนำกำลังถล่มฐานปฏิบัติการ เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สรุปสาเหตุว่าเป็นแผนลวงของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบหรือไม่

หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดเป็นภารกิจแนวหน้าที่ทำงานท่ามกลางความเสี่ยง เนื่องจากกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบพัฒนารูปแบบระเบิดอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมา หน่วยเก็บกู้ระเบิดหลายหน่วยงานเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่รวม 4 นาย และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก และเหตุการณ์นี้นับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ ทำให้กองทัพเรือสั่งเพิ่มความรอบคอบ และให้ทำลายระเบิดในที่เกิดเหตุ แทนการนำกลับไปตรวจสอบ เพื่อลดความเสี่ยง


กลับขึ้นด้านบน