"ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง" หนังเรื่อง 3 ที่ไม่ผ่านเซนเซอร์ในประเทศไทย

"ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง" หนังเรื่อง 3 ที่ไม่ผ่านเซนเซอร์ในประเทศไทย

"ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง" หนังเรื่อง 3 ที่ไม่ผ่านเซนเซอร์ในประเทศไทย

รูปข่าว : "ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง" หนังเรื่อง 3 ที่ไม่ผ่านเซนเซอร์ในประเทศไทย

จากความตั้งใจที่อยากให้หนังสารคดีสะท้อนมุมมองของคนไทยในเหตุการณ์ขัดแย้งต่างๆ ได้ออกฉายในวงกว้างจึงยื่นขอเรตติ้งการฉาย แต่ในที่สุดฟ้าต่ำแผ่นดินสูงก็เป็นเรื่องที่ 3 ที่ไม่ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ของประเทศไทย

เนื้อหาที่ขัดต่อความมั่นคงของชาติและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งการนำเสนอข้อมูลบางเหตุการณ์ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาล คือ เหตุผลหลักที่ทำให้ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง ไม่ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ในราชอาณาจักรไทย เหตุผลเดียวกันกับที่แบนภาพยนตร์เรื่อง เชคสเปียร์ต้องตาย ในปีที่แล้ว  ซึ่งครั้งนี้ นับเป็นเรื่องที่ 3 ที่ไม่ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ตั้งแต่เปลี่ยนจากระบบเซ็นเซอร์ มาเป็นการจัดเรตติ้งในปี 2551

   

ดรสะรณ โกวิทวณิชชา นักวิจารณ์ และผู้ชมฟ้าต่ำแผ่นดินสูง บอกว่า นี่มาถึง 3 เรื่องแล้ว และเหตุผลที่โดนก็ซ้ำๆ เดิมๆ คือเป็นเรื่องความมั่นคง หรือจับตรงโน้น มาโยงตรงนี้ ซึ่งส่วนตัวได้เห็นเหตุผลที่คณะกรรมการแจ้งกับผู้สร้างเรื่องฟ้าต่ำแผ่นดินสูง เอาไปเปรียบเทียบกับตอนที่แจ้งไปยังคุณกอล์ฟ ตอนทำ Insects ก็ดี หรือตอนที่แจ้งไปยังคุณอิ๋ง Shakespeare must die ก็ดี ก็รู้สึกว่าคณะกรรมการมีการตีความ ตัดสินว่าคิดยังงี้ผิด ไม่ได้ ตรงนี้ก็สะท้อนเลยว่าล้มเหลว

หลังฉายเปิดตัวในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี และจัดฉายสามครั้งในเทศกาลภาพยนตร์สารคดีในไทย “ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง” ไม่เพียงได้รับความสนใจจากผู้ชมจำนวน หากเนื้อหาที่บอกเล่าเรื่องราวในประเด็นละเอียดอ่อนได้อย่างน่าสนใจ จึงทำให้“นนทวัฒน์ นำเบญจพล” ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ตัดสินใจยื่นเรื่องขอเรตภาพยนตร์ เพื่อจัดฉายผลงานในวงกว้าง หวังให้ผู้คนที่มีความแตกต่างอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ

   

นนทวัฒน์ นำเบญจพล ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องฟ้าต่ำแผ่นดินสูง อยากฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วไป ให้คนได้ดูมากขึ้น เพื่อจะเข้าใจประเด็นปัญหามากขึ้น หวังว่าเมื่อหนังได้ฉาย จะทำให้คนไทยไม่ทะเลาะกัน

แม้ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง ”ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง” จะไม่ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ หากนนทวัฒน์ตั้งใจจะยื่นอุทธรณ์ต่อไป และถึงแม้สุดท้ายภาพยนตร์เรื่องนี้จะไม่ได้รับอนุญาตให้ฉายในไทย ผู้สร้างยืนยันจะถ่ายทอดประสบการณ์จริงที่ได้พบเจอจากชายแดนไทยและกัมพูชาผ่านการพูดและเขียนต่อไป เพื่อไม่ให้การถูกห้ามฉายกลายเป็นพรมแดนที่ขวางกั้นการรับรู้เรื่องราวจากมุมมองอีกด้าน


กลับขึ้นด้านบน