ภาคประชาชนแจง 9 ปัญหา เสนอตั้งสมัชชา - คณะทำงานผลักดันกฎหมายเข้าชื่อ

ภาคประชาชนแจง 9 ปัญหา เสนอตั้งสมัชชา - คณะทำงานผลักดันกฎหมายเข้าชื่อ

ภาคประชาชนแจง 9 ปัญหา เสนอตั้งสมัชชา - คณะทำงานผลักดันกฎหมายเข้าชื่อ

รูปข่าว : ภาคประชาชนแจง 9 ปัญหา เสนอตั้งสมัชชา - คณะทำงานผลักดันกฎหมายเข้าชื่อ

ภาคประชาชนแจง 9 ปัญหา เสนอตั้งสมัชชา - คณะทำงานผลักดันกฎหมายเข้าชื่อ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายได้จัดประชุมหารือและรับฟังความเห็น “การผลักดันการเข้าชื่อเสนอกฎหมายโดยภาคประชาชน : หลังรัฐสภาไม่รับหลักการของร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม ฉบับภาคประชาชน”

 เมื่อเร็วๆ นี้ ที่อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค มีตัวแทนร่างกฎหมายเข้าชื่อ ทั้งสิ้น 34 ฉบับแบ่ง เป็นกฎหมายที่บังคับใช้แล้ว 5 ฉบับ อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติ 10 ฉบับ กฎหมายที่อยู่ระหว่างนายกรัฐมนตรีลงนามรับรอง 6 ฉบับ กฎหมายที่อยู่ระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบ13 ฉบับ โดยในจำนวนนี้อยู่ระหว่างการสนับสนุนการร่างของ คปก.15 ฉบับ

 
ที่ประชุมได้จำแนกปัญหาการเข้าชื่อเสนอกฎหมายของประชาชน ทั้งสิ้น 9 ข้อ ได้แก่ 
1.ประชาชนยังขาดความรู้และเทคนิคในการร่างกฎหมาย เช่น การจัดหมวดหมู่กฎหมาย การเขียนสาระสำคัญในร่างกฎหมาย
2.ค่าใช้จ่ายในรณรงค์ การรวบรวมรายชื่อ เช่น ร่างกฎหมายการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งใช้งบประมาณ 12-15 บาทต่อรายชื่อ
3. กระบวนการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร การตรวจสอบรายชื่อ การคัดค้านรายชื่อ การลงนามรับรองของนายกรัฐมนตรี กรณีเป็นกฎหมายว่าด้วยการเงิน ไม่มีระยะเวลากำหนดและส่วนใหญ่ใช้เวลานาน
4.รัฐบาลมักอ้างว่ากฎหมายเข้าชื่อต้องมีร่างกฎหมายของรัฐบาลประกบ ทั้งที่ไม่มีกฎหมายกำหนดไว้ (เป็นแค่ธรรมเนียมปฏิบัติ)
5.มีการตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อร่างกฎหมายเข้าชื่อถึงขั้นตอนสุดท้าย มักถูกแก้ไขจนไม่เหลือเนื้อหา สาระสำคัญตามเจตนารมณ์เดิมของร่างกฎหมาย
6.สภาผู้แทนราษฎรลงมติพิจารณาร่างกฎหมาย โดยไม่รอร่างกฎหมายเข้าชื่อ เช่น กรณีร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. ....
7.การลงมติใช้เสียงข้างมากปัดตกร่างกฎหมายเข้าชื่อ เช่น กรณีร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม (ฉบับที่..) 
8.การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่มีข้อมูลในเรื่องนั้นๆ จึงไม่เห็นความสำคัญของกฎหมายเข้าชื่อ
9.กฎหมายไม่ได้กำหนดให้มีสัดส่วน 1 ใน 3 ของผู้เสนอกฎหมาย ในชั้นกรรมาธิการร่วม
 
ทั้งยัง มีข้อเสนอจากที่ประชุมกรณีร่างพ.ร.บ.ประกันสังคมฉบับประชาชนเข้าชื่อ ควรทำหนังสือไปยังสภาผู้แทนราษฎรอ้างว่าการแยกลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคมขัดต่อหลักการของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 27, 163 ประกอบกับเสนอแนะให้เสนอร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. ....กลับเข้าสู่การพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้ไม่สามารถเสนอกฎหมายที่มีหลักการเหมือนกัน ดังนั้นเมื่อสภาผู้แทนราษฎรแยกลงมติและมีหนังสือชี้แจงว่า มีหลักการของกฎหมายต่างกัน จึงสามารถเสนอกลับเข้าไปได้ใหม่
 
โดยแนวทางการขับเคลื่อนของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เตรียมจัดทำหนังสือไปยังฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อติดตามเร่งรัดกฎหมายประชาชน ขณะเดียวกันที่ประชุมมีความเห็นสอดคล้องกันว่า ควรมีการเสนอให้มีการจัดตั้งสมัชชากฎหมายภาคประชาชน รวมถึงจัดอบรมให้ความรู้เรื่องกฎหมายแก่ประชาชน ศึกษา ถอดบทเรียนการเข้าชื่อเสนอกฎหมายที่ผ่านมา และตั้งคณะทำงานเพื่อผลักดันกฎหมายเข้าชื่อโดยภาคประชาชน จะเป็นแนวทางหลักในการดำเนินการต่อไป
 
 
 
 


กลับขึ้นด้านบน