ประกาศพื้นที่ปลอดภัยหลังเก็บกู้ทุ่นระเบิดชายแดน จ.สระแก้ว ร้อยละ 92

ประกาศพื้นที่ปลอดภัยหลังเก็บกู้ทุ่นระเบิดชายแดน จ.สระแก้ว ร้อยละ 92

ประกาศพื้นที่ปลอดภัยหลังเก็บกู้ทุ่นระเบิดชายแดน จ.สระแก้ว ร้อยละ 92

รูปข่าว : ประกาศพื้นที่ปลอดภัยหลังเก็บกู้ทุ่นระเบิดชายแดน จ.สระแก้ว ร้อยละ 92

ประกาศพื้นที่ปลอดภัยหลังเก็บกู้ทุ่นระเบิดชายแดน จ.สระแก้ว ร้อยละ 92 กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ทำลายทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ไปแล้วกว่าร้อยละ 92 ในพื้นที่อันตรายของ 4 อำเภอชายแดนจังหวัดสระแก้ว ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ยังอยู่ระหว่างเตรียมการหารือกับกัมพูชารอบ 3 เพื่อเก็บกู้ทุ่นระเบิดร่วมกันในพื้นที่ปลอดทหารรอบปราสาทพระวิหาร

หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1 ในความรับผิดชอบของกองพลทหาราบที่ 2 รักษาพระองค์ มีความคืบหน้าในการเข้ากวาดล้างทุ่นระเบิดใน 4 อำเภอตามแนวชายแดนจังหวัดสระแก้ว คืออำเภอตาพระยา โคกสูง อรัญประเทศ และคลองหาด ที่ใช้เวลานานกว่า 10 ปี ประกาศเป็นพื้นที่ปลอดภัยแล้ว 172 พื้นที่ รวม 168.74 ตารางกิโลเมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 92.54 จากพื้นที่อันตรายทั้งหมด 217 พื้นที่ ขนาด 181.74 และต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จภายในปี 2561 ตามแผนปฏิบัติงาน และอนุสัญญาออตตาว่าในการกวาดล้างทำลายทุ่นระเบิด

พ.อ.ธรรมนูญ วิถี ผู้บังคับหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1 ระบุว่าแผนเก็บกู้ทุ่นระเบิดจะเน้นพื้นที่เกษตรกรรม เส้นทางสัญจร พื้นที่อุทยานแห่งชาติตาพระยา และพื้นที่ที่มีปัญหาความไม่ชัดเจนของเขตแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังไม่ให้กระทบต่อความสัมพันธ์ซ้อน

หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1 เป็นหนึ่งใน 4 หน่วยฯ ที่รับผิดชอบกวาดล้างทุ่นระเบิดตลอดแนวชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อคืนพื้นที่ปลอดภัยให้ราษฎร และหน่วยงานต่างๆ นำไปใช้ประโยชน์โดยเร็ว และป้องกันประชาชนได้รับอันตราย จากทุ่นระเบิดที่ตกค้าง จากการสู้รบตามแนวชายแดนในสมรภูมิต่าง ๆ ขณะที่ความคืบหน้าในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดร่วมกับกัมพูชา ในพื้นที่ปลอดทหาร 17.3 ตารางกิโลเมตร รอบปราสาทพระวิหาร

เพื่อให้ผู้สังเกตการณ์อินโดนีเซียเข้าพื้นที่ได้ ตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลโลก ยังอยู่ระหว่างการกำหนดแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมร่วมกัน หลังจากไทย -กัมพูชา ได้ประชุมร่วมกันแล้ว 2 ครั้ง และจะมีการประชุมครั้งที่ 3 ในไทยอีกครั้ง หลังรับทราบนโยบายจากที่ประชุมจีบีซี.ไทย-กัมพูชา ซึ่งยังไม่มีการกำหนดช่วงเวลา การประชุมที่ชัดเจน


กลับขึ้นด้านบน