จับตากระแสกดดัน "ลิเวอร์พูล" ขาย "ซัวเรส" หลังมีพฤติกรรมสุดแสบ

จับตากระแสกดดัน "ลิเวอร์พูล" ขาย "ซัวเรส" หลังมีพฤติกรรมสุดแสบ

จับตากระแสกดดัน "ลิเวอร์พูล" ขาย "ซัวเรส" หลังมีพฤติกรรมสุดแสบ

รูปข่าว : จับตากระแสกดดัน "ลิเวอร์พูล" ขาย "ซัวเรส" หลังมีพฤติกรรมสุดแสบ

จับตากระแสกดดัน กระแสการกดดันให้ผู้บริหารของสโมสรลิเวอร์พูลขาย "หลุยส์ ซัวเรส" ออกจากทีมเพื่อรักษาภาพลักษณ์ ถูกพูดถึงอย่างมาก หลังจาก "ซัวเรส" โดนเอฟเอ ลงโทษแบนยาวถึง 10 นัด ถือเป็นการวัดใจบอร์ดของทีมหงส์แดงว่า จะยอมขายนักเตะฝีเท้าดี แต่มีพฤติกรรมสุดแสบ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของทีมหรือไม่

หลังจากที่สมาคมฟุตบอลอังกฤษหรือเอฟเอประกาศลงโทษ หลุยส์ ซัวเรส กองหน้าชาวอุรุกวัย ของทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล ถึง 10 เกม จากกรณีที่ไปกัดแขน บรานิสลาฟ อิวาโนวิช กองหลังเชลซี จากโทษเเบนนี้ส่งผลให้ ซัวเรซ จะหมดสิทธิ์ลงช่วยทีมเล่นกับ นิวคาสเซิ่ล ในเกมพรีเมียร์ลีกคืนนี้ทันที รวมถึงอีก 3 เกมสุดท้ายของฤดูกาล เเละยาวไปจนถึงอีก 6 เกมเเรกในช่วงต้นฤดูกาลหน้า

บรรดาสื่อใหญ่ของอังกฤษต่างลงความเห็นว่า ลิเวอร์พูล ควรจะพิจารณาขาย ซัวเรส ออกจากทีม เพื่อลดกระแสสังคม ขณะที่บางสื่ออ้างว่า แฟนบอลอังกฤษ รับไม่ได้กับนักเตะที่เล่นนอกลู่นอกทาง

ขณะที่คอลัมนิสต์ของไทยมองว่า กระแสให้ขาย ซัวเรส เป็นแผนของสำนักข่าวมากกว่า เพราะเมื่อดูจากผลงานที่ผ่านมา ซัวเรส คือนักเตะคนสำคัญของลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้ แต่ก็ยอมรับว่า ซัวเรสอาจจะต้องบำบัดด้านอารมณ์ให้คงที่กว่านี้

ซัวเรสยังมีประเด็นข่าวใหญ่หลายเรื่อง ทั้งกรณีใช้คำพูดเหยียดผิว ปาทริช เอวร่า กองหลังผิวสีของแมนฯ ยู ก่อนจะโดนเอฟเอสั่งแบนถึง 8 นัด และยังเกรียนต่อเนื่องในเกมแดงเดือดโดยระหว่างการเข้าแถวเดินจับมือกัน ของนักเตะสองทีม ซัวเรซก็ปฏิเสธที่จะจับมือกับเอวร่า ด้วยการยกมือข้ามไปหาดาวิด เด เค อา ผู้รักษาประตูของแมนฯยู แทน

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการออกมายอมรับว่า เค้าพุ่งล้มเพื่อเอาจุดโทษจริง ในเกมที่หงส์แดงเสมอกับสโต๊ค ซิตี้ 0-0 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ไม่นับรวมพฤติกรรมสุดห่ามในอดีต สมัยที่ค้าแข้งให้อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ก็ไปกัดไหล่ อ็อตมาน บัคคัล กองกลางพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น เมื่อปี 2010 จนถูกแบน 7 เกม หรือในทีมชาติอุรุกวัย กับการทำ "แฮนด์ ออฟ ก็อด" ในฟุตบอลโลก 2010 รอบ 8 ทีมที่เจอกับกาน่า จนทีมเสียจุดโทษ และเค้าก็โดนแบน 1 นัด

แต่หากพูดถึงผลงานของซัวเรซในฤดูกาลนี้ถือว่ายอดเยี่ยม ยิงทุกรายการรวม 30 ประตู ในพรีเมียร์ลีกก็รั้งรองดาวซัลโวที่ 23 ประตู จนติดโผ 1 ใน 6 นักเตะที่มีลุ้นรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ แต่พฤติกรรมสุดเกรียนก็ได้มาบดบังผลงานของเค้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วแม้หลายคนจะยกย่องว่าที่เค้าทำไปทั้งหมดเพื่อทีมก็ตาม

งานนี้ที่คิดหนักที่สุดก็คือ ฝ่ายบริหารของลิเวอร์พูลว่า จะวางอนาคตของซัวเรซ อย่างไรต่อไป แม้ว่าล่าสุด ซัวเรส จะก้มหน้ายอมรับโทษเเบน 10 เกม จากเอฟเอ โดยไม่มีการยื่นอุทรณ์ ซึ่งเจ้าตัวได้เเสดงความเสียใจ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เเละจะเก็บความผิดพลาดครั้งนี้ ไปเป็นบทเรียนในการดำเนินชีวิต และสุดท้ายเค้าหวังว่าทุกคนจะให้อภัย


แท็ก

กลับขึ้นด้านบน