กรรมการ "ป.ป.ช." ห่วงระบบอุปถัมภ์แทรกแซงการสรรหา "ป.ป.จ."

กรรมการ "ป.ป.ช." ห่วงระบบอุปถัมภ์แทรกแซงการสรรหา "ป.ป.จ."

กรรมการ "ป.ป.ช." ห่วงระบบอุปถัมภ์แทรกแซงการสรรหา "ป.ป.จ."

รูปข่าว : กรรมการ "ป.ป.ช." ห่วงระบบอุปถัมภ์แทรกแซงการสรรหา "ป.ป.จ."

กรรมการ นักวิชาการรัฐศาสตร์ระบุ การจัดตั้ง ป.ป.ช.ประจำจังหวัด อาจไม่สามารถแก้ปัญหาเหตุทุจริตคอรัปชั่นให้น้อยลงได้ และเป็นการขยายองค์กรให้ใหญ่โตเกินกว่าเจตนารมย์การทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ ขณะที่ กรรมการ ป.ป.ช. ยอมรับต่อกระบวนการสรรหา ป.ป.จ. ที่อาจมีระบบอุปถัมภ์แทรกแซง แต่ก็เชื่อมั่นในภาคีเครือข่ายที่จะแจ้งเบาะแสได้

การคัดเลือกคณะกรรมการสรรหาป.ป.ช.จังหวัด หรือ ป.ป.จ. ที่กำลังจะเริ่มขึ้นตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการสรรหาที่อาจได้กลุ่มบุคคล และผู้มีอิทธิพล เข้ามาทำหน้าที่ นายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการ ป.ป.ช. ยอมรับต่อระบบอุปถัมภ์ในโครงสร้างสังคมไทยที่อาจไม่สามารถแยกออกจากกันได้ แต่การจะเอื้อประโยชน์ต่อกันต้องแยกแยะระหว่างเรื่องที่กระทำผิดต่อกฎหมาย กับการเข้ามาทำหน้าที่ด้วย ซึ่งส่วนนี้จะมีการกลั่นกรองในระดับจังหวัด ภาคีเครือข่าย และประชาชน ที่จะช่วยเป็นหูเป็นตา

ขณะที่การขยายองค์กรสู่ภูมิภาค ที่เป็นการกระจายอำนาจตามข้อกำหนดของรัฐธรรมนูญ รองศาสตราจารย์ยุทะพร อิสรชัย คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมราช กลับมองถึงเจตนารมย์ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญว่า เป็นการขยายองค์กรให้ใหญ่จนยากต่อการบริหารงานให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล อีกทั้งเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ เพราะไม่มีเครื่องชี้วัดว่า
การมี ป.ป.จ. จะทำให้สถานการณ์การทุจริตคอรัปชั่นน้อยลง ขณะที่การมีส่วนร่วมของประชาชน ก็ไม่สามารถรับรองได้ว่า เกิดจากความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง หรือเป็นเพียงการทำไปเพื่อเติมเต็มบทบาทที่ทางราชการมอบให้


กลับขึ้นด้านบน