จนท.เตรียมกู้ซากสะพานถล่ม ในจ.อยุธยา ขณะผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 4 ราย

จนท.เตรียมกู้ซากสะพานถล่ม ในจ.อยุธยา ขณะผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 4 ราย

จนท.เตรียมกู้ซากสะพานถล่ม ในจ.อยุธยา ขณะผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 4 ราย

รูปข่าว : จนท.เตรียมกู้ซากสะพานถล่ม ในจ.อยุธยา ขณะผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 4 ราย

จนท.เตรียมกู้ซากสะพานถล่ม ในจ.อยุธยา ขณะผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 4 ราย เหตุการณ์สะพานสมโภชน์รัตนโกสิทนทร์ 200 ปี ที่อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยาถล่มวานนี้ (28เม.ย.56) หลังจากที่เจ้าหน้าที่ ได้ยุติการค้นหาผู้สูญหายและรถจักรยานยนต์ที่จมน้ำ เมื่อเวลา 23.00 น.ที่ผ่านมา ในช่วงเช้าวันนี้ (29เม.ย.56) ได้มีการประสานเจ้าหน้าที่หลายภาคส่วน กู้ซากสะพานและค้นหาทรัพย์สินที่จมน้ำ

ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส รายงานสถานการณ์ล่าสุดขณะนี้ โดยในวันนี้ เจ้าหน้าที่ และทีมนักประดาน้ำจะลงดำน้ำเพื่อกู้ซากสะพาน รวมถึงทรัพย์สินอื่น ๆ เช่น รถจักยานยนต์ ซึ่งคาดว่าจะจมอยู่ประมาณ 2-3 คัน รวมถึงยกแท่นปูนขึ้นจากน้ำ ซึ่งต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากใต้น้ำนั้นมีท่อประปาที่ส่งให้กับประชาชนในอ.ท่าเรือทั้งหมด ขณะที่ในช่วงเช้าที่ผ่านมา นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหา รวมถึงแนวทางในการแก้ไขจากทางจ.พระนครศรีอยุธยา ทั้งนี้ ทางจังหวัดได้สั่งให้เพิ่มความปลอดภัย รวมถึงตรวจสอบสะพานทุกแห่งเพิ่มเติม เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำอีก

ด้านนายเชษฐา ปทุมรังสี นายกเทศมนตรีเทศบาลท่าหลวง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า สาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น น่าจะมาจากการที่ลวดสลิงรับน้ำหนักมากเกินไป ซึ่งก่อนหน้านี้วิศกรได้เข้าตรวจสอบ และพบว่า สะพานมีความลาดเอียง โดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งได้แจ้งเตือนประชาชนได้แล้วบางส่วน ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ยอดผู้เสียชีวิตขณะทีนี้เพิ่มเป็น 4 ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บ 12 ราย โดยมี 2 รายในจำนวนนี้ มีอาการบาดเจ็บสาสาหัส ซึ่งถูกส่งตัวไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลใกล้เคียงแล้ว ทั้งนี้ จ.พระนครศรีอยุธยา จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทั้งหมด รวมไปถึงการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละ 25,000 บาท ขณะเดียวผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจะได้รับเงินช่วยเหลือรายละ 3,000 บาท ล่าสุดผู้สูญหาย คือ นายปรีชา บุญประเสริฐ ขณะนี้เจอตัว และอาการปลอดภัยแล้ว

สำหรับสะพานสมโภชน์รัตนโกสิทนทร์ 200 ปี เปิดใช้บริการเมื่อเดือนกรกฏาคม 2555 ที่ผ่านมา ซึ่งแต่เดิม สะพานแห่งนี้เป็นสะพานเหล็ก แต่เกิดปัญหาเรือชนบ่อยครั้ง จึงทำให้เปลี่ยนมาเป็นสะพานแขวนแทน โดยใช้งบประมาณประมาณ 8 ล้านบาท ทั้งนี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สะพานแห่งนี้ได้ปิดซ่อมแซมมาแล้วครั้งหนึ่ง


กลับขึ้นด้านบน