หน่วยงานความมั่นคงยังคุมเข้มป้องกันการก่อเหตุ หลังพูดคุยสันติภาพ

หน่วยงานความมั่นคงยังคุมเข้มป้องกันการก่อเหตุ หลังพูดคุยสันติภาพ

หน่วยงานความมั่นคงยังคุมเข้มป้องกันการก่อเหตุ หลังพูดคุยสันติภาพ

รูปข่าว : หน่วยงานความมั่นคงยังคุมเข้มป้องกันการก่อเหตุ หลังพูดคุยสันติภาพ

หน่วยงานความมั่นคงยังคุมเข้มป้องกันการก่อเหตุ หลังพูดคุยสันติภาพ การเจรจาสันติภาพของสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช.กับตัวแทนกลุ่มบีอาร์เอ็น เพื่อสร้างสันติภาพ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ประเทศมาเลเซียวันที่ 29 เม.ย. ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ มองว่า ข้อเสนอ ของกลุ่มบีอาร์เอ็นบางข้อ รัฐบาลไทยไม่ควรตกลง ขณะที่หน่วยงานความมั่นคง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คุมเข้มพื้นที่ ป้องกันกลุ่มผู้ไม่หวังดีสร้างสถานการณ์

หลังเสร็จสิ้นการพูดคุยสันติภาพที่ประเทศมาเลเซียทหารชุดเฉพาะกิจยะลาที่ 11 ตรวจค้นรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดีสร้างสถานการณ์ก่อความไม่สงบ หลังเสร็จสิ้นการพูดคุยสันติภาพ ระหว่าง สมช.กับตัวแทนกลุ่มบีอาร์เอ็น ที่ประเทศมาเลเซียวันที่ 29 เม.ย.

ขณะที่ชาวบ้าน อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส ติดตามข่าวการพูดคุยสันติภาพ นายแสงทอง ปรีชาวุฒิเดช รองประธานหอการค้าจังหวัดนรารธิวาส มองว่า รัฐบาลไม่ควรรับข้อเสนอของตัวแทนบีอาร์เอ็น โดยเฉพาะการขอให้ปล่อยตัวผู้กระทำผิดคดีความมั่นคงทุกคน และยกเลิกหมายจับ เพราะเชื่อว่า ตราบใดที่สถานการณ์ความไม่สงบ ยังไม่ลดลง การพูดคุยสันติภาพ จะไม่เกิดประโยชน์

ด้าน พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา คณะทำงานเยียวยา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เห็นด้วยกับการพูดคุยสันติภาพ แต่รัฐบาลควรรับฟังข้อมูลจากทุกส่วน เช่น ผู้ได้รับกระทบจากเหตุความไม่สงบ เยาวชน ภาคประชาสังคมในพื้นที่ เพื่อสรุปปัญหา ก่อนนำไปพูดคุยกับผู้เห็นต่าง

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่า การที่แกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น โพสต์คลิปข้อเสนอเพิ่มเติมต่อรัฐบาลไทย เป็นความพยายามยกระดับการพูดคุยรัฐบาลต้องกำหนดท่าทีให้ชัดเจน ไม่ควรให้กลุ่มบีอาร์เอ็น เป็นฝ่ายกำหนดเงื่อนไข

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ปฏิเสธแสดงความเห็นเงื่อนไขของบีอาร์เอ็น โดยขอให้ผู้เกี่ยวข้องพิจารณาตัดสินใจ แต่ต้องคำนึงถึงความเป็นเอกภาพ ซึ่งต้องระวังการแทรกแซงจากฝ่ายอื่น เพราะการแก้ปัญหาภาคใต้ เป็นเรื่องภายในประเทศ และกองทัพไม่ยกย่องคนทำผิดอยู่แล้ว


กลับขึ้นด้านบน