ผู้อพยพทางเรือจากแอฟริกาหลั่งไหลเข้าอิตาลี

ผู้อพยพทางเรือจากแอฟริกาหลั่งไหลเข้าอิตาลี

ผู้อพยพทางเรือจากแอฟริกาหลั่งไหลเข้าอิตาลี

รูปข่าว : ผู้อพยพทางเรือจากแอฟริกาหลั่งไหลเข้าอิตาลี

ผู้อพยพทางเรือจากแอฟริกาหลั่งไหลเข้าอิตาลี ผู้อพยพเดินเท้ามุ่งหน้าเข้าสหภาพยุโรปมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากเจ้าหน้าที่กวดขันในน่านน้ำทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเข้มงวดขึ้น ขณะที่อิตาลีช่วยเหลือผู้อพยพหลายพันคนที่เดินทางข้ามทะเลมาจากแอฟริกา

ตำรวจชายแดนอิตาลีช่วยเหลือผู้อพยพประมาณ 300 คน ที่ล่องเรือจากแอฟริกามาลอยลำอยู่กลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยในกลุ่มผู้อพยพกลุ่มนี้มีผู้หญิงรวมอยู่ด้วย 40 คน ซึ่งมีหญิง 2 คนกำลังตั้งครรภ์ นอกจากนี้ยังมีเด็กอีก 6 คน

ส่วนผู้อพยพกลุ่มใหญ่ประมาณ 2,200 คนที่เดินทางมาจากทวีปแอฟริกาเหนือ ซึ่งส่วนใหญ่เดินทางมาจากประเทศเอริเทรีย ได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ชายฝั่งของอิตาลีเช่นเดียวกัน โดยเจ้าหน้าที่ได้ลำเลียงผู้อพยพไปยังศูนย์ผู้อพยพบนเกาะลัมเปดูซ่า ซึ่งปฏิบัติการช่วยเหลือผู้อพยพครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างยามชายฝั่งอิตาลี เรือของเยอรมนีและเรือขององค์กรความช่วยเหลือผู้อพยพ

นอกจากผู้อพยพทางเรือที่พยายามเข้าประเทศในสหภาพยุโรปแล้ว ล่าสุดปัญหาผู้อพยพทางบกกำลังกลายเป็นปัญหาสำคัญของกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรปเช่นเดียวกัน โดยตำรวจของกรีซ ระบุว่า กลุ่มค้ามนุษย์ได้ลวงให้ผู้อพยพชาวซีเรียที่เดินทางมากับขบวนรถไฟเดินเข้าไปในพรมแดนของกรีซ ซึ่งผู้อพยพเหล่านี้ให้การกับตำรวจว่าพวกเขาเดินทางมากับขบวนรถไฟจากพรมแดนประเทศมาเซโดเนีย หลังจากจ่ายเงินให้กับนายหน้าคนละ 500 ยูโร เพื่อเดินทางต่อไปยังตอนเหนือของเซอร์เบีย

ภูมิภาคด้านตะวันตกของคาบสมุทรบอลข่าน กำลังกลายเป็นพื้นที่มีปัญหาผู้อพยพมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากผู้อพยพจากตะวันออกกลางและแอฟริกาใช้เป็นเส้นทางหลบหนีภัยสงครามและความยากจนมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อมุ่งหน้าไปสู่ยุโรปตะวันตก ขณะที่รัฐบาลประเทศแถบนี้ประสบปัญหาการจัดการกับผู้อพยพมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน

ด้านองค์กรประสานงานด้านการรักษาพรมแดนในสหภาพยุโรป หรือ ฟรอนเท็กซ์ ประเมินว่า ในปี 2557 มีผู้อพยพใช้เส้นทางจากมาเซโดเนียและโคโซโว เพื่อข้ามไปยังเซอร์เบีย ก่อนมุ่งหน้าเข้าสู่ยุโรปตะวันตกกว่า 43,000 คน


กลับขึ้นด้านบน