ผู้บริหารก.พลังงาน ยืนยันนั่งบอร์ดรัฐวิสาหกิจไม่ใช่ผลประโยชน์ทับซ้อน

ผู้บริหารก.พลังงาน ยืนยันนั่งบอร์ดรัฐวิสาหกิจไม่ใช่ผลประโยชน์ทับซ้อน

ผู้บริหารก.พลังงาน ยืนยันนั่งบอร์ดรัฐวิสาหกิจไม่ใช่ผลประโยชน์ทับซ้อน

รูปข่าว : ผู้บริหารก.พลังงาน ยืนยันนั่งบอร์ดรัฐวิสาหกิจไม่ใช่ผลประโยชน์ทับซ้อน

ผู้บริหารก.พลังงาน ยืนยันนั่งบอร์ดรัฐวิสาหกิจไม่ใช่ผลประโยชน์ทับซ้อน ผู้บริหารกระทรวงพลังงาน ชี้แจงหลังถูกร้องเรียน กรณีผลประโยชน์ทับซ้อนจากการดำรงตำแหน่งกรรมการ หรือบอร์ด บริษัท ปตท. ว่าเป็นการบังคับตามกฎหมาย เพื่อถ่วงดุลผลประโยชน์ให้ประชาชน ขณะที่ พรรคพลังงานไทย และสภาธรรมาภิบาล เตรียมฟ้องศาล ให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ของข้าราชการระดับสูงกระทรวงพลังงาน และ บริษัท ปตท.

เอกสารคำฟ้องของสภาธรรมาภิบาล และพรรคพลังงานไทย ซึ่งเตรียมยื่นต่อศาลอาญาวันพรุ่งนี้ เพื่อเอาผิดต่อ ผู้บริหาร บริษัท ปตท. , ปลัดกระทรวงพลังงาน และ ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานโดยเฉพาะเจ้าพนักงานของรัฐที่บริหารงานโดยมิชอบด้านพลังงาน เช่น บิดเบือนข้อมูลให้เข้าใจว่า ก๊าซหุงต้ม หรือแอลพีจี มีไม่เพียงพอ เพื่อประโยชน์ในการขึ้นราคา, ไม่ท้วงติงการนำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชยราคาแอลพีจีให้โรงกลั่นน้ำมัน และบริษัท ปตท. 

 
นอกจากนี้ พรรคพลังงานไทยและเครือข่ายฯ ยังได้เข้าร้องเรียนต่อ ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีกระทรวงพลังงานใช้งบประมาณกว่า 800 ล้านบาท ลงโฆษณาผ่านสื่อ ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ซึ่งเป็นการกระทำผิดตามประมวลจริยธรรมเจ้าหน้าที่รัฐ
 
ผศ.วิวัฒน์ชัย กุลมาตย์ หัวหน้าพรรคพลังงานไทย ระบุว่า กระทรวงพลังงานให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน และสร้างความตื่นตระหนกกับประชาชน และข้าราชการมีผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งน่าขัดต่อประมวลจริยธรรมนักการเมืองและข้าราชการ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 279
 
ทั้งนี้ผู้ตรวจการแผ่นดิน รับปากจะเร่งตรวจสอบเรื่องนี้ พร้อมประเด็นอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเคยร้องเรียนมาแล้ว
 
ขณะที่ ผู้บริหารกระทรวงพลังงานคนหนึ่ง ระบุว่า การดำรงตำแหน่งกรรมการ หรือบอร์ด ขององค์กรรัฐวิสาหกิจของข้าราชการระดับสูง เช่น บริษัท ปตท. ไม่ใช่ผลประโยชน์ทับซ้อน แต่เป็นการบังคับตามกฎหมาย เพื่อช่วยเชื่อมโยงนโยบายรัฐกับรัฐวิสาหกิจ และถ่วงดุลผลประโยชน์ให้ประชาชน
 
ทั้งนี้จะถูกกำกับโดยกฎหมายอย่างน้อย 3 ฉบับ เช่น พระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ, พระราชบัญญัติเฉพาะรัฐวิสาหกิจนั้นๆ และ พระราชบัญญัติบริษัทมหาชน รวมทั้งถูกตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน และเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนอีกด้วย
 


กลับขึ้นด้านบน