เงินบาทแข็งค่าทำพิษ ปาล์ม-ยางพารา ราคาร่วง

เงินบาทแข็งค่าทำพิษ ปาล์ม-ยางพารา ราคาร่วง

เงินบาทแข็งค่าทำพิษ ปาล์ม-ยางพารา ราคาร่วง

รูปข่าว : เงินบาทแข็งค่าทำพิษ ปาล์ม-ยางพารา ราคาร่วง

เงินบาทแข็งค่าทำพิษ ปาล์ม-ยางพารา ราคาร่วง ปัญหาการแข็งค่าของเงินบาท และมาตรการแทรกแซงราคาผลผลิตสินค้าเกษตรที่ได้ผลเพียงระยะสั้น ทำให้ราคาสินค้าเกษตรทั้งปาล์มและยางพาราปรับตัวลดลง โดยตัวแทนเกษตรกรเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหา

วันนี้ราคาผลปาล์มดิบอยู่ที่กิโลกรัมละ 2.60 - 2.70 บาท ปรับตัวลดลงจาก 2 สัปดาห์ที่แล้วที่อยู่กิโลกรัมละ 3.10 บาท

นายลือชา อุ่นยวง นายกสวนปาล์มจังหวัดสุราษฎร์ธานี ระบุว่า สาเหตุมาจากสต็อกน้ำมันปาล์มดิบที่ยังมีมากเป็นแรงกดดันให้ราคาปาล์มอ่อนตัวลง จึงต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือ โดยแทรกแซงผลปาล์มที่กิโลกรัมละ 4 บาท และชดเชยส่วนต่างราคาให้เกษตรกร ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีการแทรกแซงน้ำมันปาล์มไปแล้วกว่า 50,000 ตัน

นางวิวรรณ บุญยประทีปรัตน์ เลธิการสมาคมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มแห่งประเทศไทย เห็นว่า การแก้ปัญหาระยาวนั้นรัฐควรเร่งระบายสต็อกน้ำมันปาล์มดิบที่มีอยู่เกือบ 4 แสนตัน ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันราคาปาล์มได้

สำหรับราคายางพารา นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาการยางพาราแห่งประเทศไทย ราคายังอยู่ในช่วงขาลง โดยวันนี้ แผ่นดิบชั้น 3 อยู่ที่กิโลกรัมละ 78 บาท เนื่องจากรัฐบาลยังไม่ยกเลิกมาตรการจำกัดการส่งออกร้อยละ 10 ซึ่งกีดกันผู้ส่งออก รวมทั้งเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเป็นอุปสรรคต่อการส่งออก พร้อมระบุต้องการให้รัฐบาลชดเชยส่วนต่างให้ผู้ประกอบการเพื่อเสริมสภาพคล่อง รวมทั้งให้หน่วยราชการ เช่น องค์การสวนยาง สถาบันวิจัยยาง งดกรีดยางในช่วงนี้ เพื่อลดปริมาณยางในตลาด และควรเร่งขายยางในสต็อกที่มีอยู่ 2 แสนตัน

ขณะที่ในวันนี้สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ปลูกยางและปาล์มจะเดินทางไปยื่นข้อเรียกร้องต่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกยกรัฐมนตรี เพื่อให้แก้ปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ำ และขอให้ราคายางชั้น 3 อยู่ที่กิโลกรัมละ 120 บาท


กลับขึ้นด้านบน