สรุป 5 บริษัทเอกชนยื่นซองประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำวงเงิน 3.5 แสนล้านบาท

สรุป 5 บริษัทเอกชนยื่นซองประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำวงเงิน 3.5 แสนล้านบาท

สรุป 5 บริษัทเอกชนยื่นซองประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำวงเงิน 3.5 แสนล้านบาท

รูปข่าว : สรุป 5 บริษัทเอกชนยื่นซองประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำวงเงิน 3.5 แสนล้านบาท

สรุป 5 บริษัทเอกชนยื่นซองประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำวงเงิน 3.5 แสนล้านบาท บริษัทเอกชน 4 รายที่มีสิทธิ์ยื่นเสนอข้อมูลทางด้านเทคนิค และเสนอราคาการประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำ ได้เข้ายื่นข้อเสนอกับกบอ.แล้ว โดย บ.ทีมไทยแลนด์ ได้ถอนตัวเนื่องจากไม่สามารถทำโครงการภายใต้งบประมาณที่กำหนดได้

บริษัทเอกชนทั้ง 5 รายเช้ายื่นซองประมูลที่มีสิทธิ์ยื่นเสนอข้อมูลทางเทคนิค และเสนอการประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำ ได้เข้ายื่นข้อเสนอกับคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย หรือ กบอ. ครบทั้งหมดแล้ว ล่าสุด บ.กิจการร่วมค้าทีมไทยแลนด์ ตัดสินใจที่จะไม่เข้าร่วมการประมูลและเสนอข้อมูลทางด้านเทคนิค และเสนอราคาในการการประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำ เนื่องจากไม่สามารถทำโครงการให้อยู่ภ่ายใต้งบประมาณที่กำหนดได้ ทำให้ผู้เสนอทั้ง 10 โมดุลเหลือเพียง 4 รายเท่านั้น 
 
แม้ว่าในทีโออาร์จะกำหนดให้เอกชนที่เข้าเสนอราคาและข้อมูลด้านเทคนิคต้องเป็นผู้ทำผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมทำกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนรวมทั้งจัดหาที่ดินเอง แต่ผู้เสนอราคารายใหญ่ทั้งจากจีนและเกาหลีใต้ต่างก็แสดงความมั่นใจว่า กระบวนการต่างๆ เหล่านี้ทางรัฐบาลของไทยจะเข้ามาช่วยหากเกิดปัญหาเกิดขึ้น
 
ตัวแทนจากบริษัท โคเรีย วอเตอร์รีซอวเซส หรือ เควอเตอร์จากเกาหลีใต้ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิ์ยื่นเสนอข้อมูลทางเทคนิคและเสนอราคาในการประมูลครบทั้ง 10 กรอบแนวคิดเข้ายื่นเอกสารเป็นรายที่ 4 และเป็นรายสุดท้ายในวันนี้ หลังจากที่บริษัทไอทีดีเพาเวอร์ไชน่าที่มีสิทธิยื่นซองประมูลทั้ง 10 โครงการได้เข้ายื่นซองประมูลไปแล้วตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา 
 
โดยนายมณฑล ภาณุโภคิน กรรมการผู้จัดการ บ.โคเรียวอเตอร์ รีซอสเซส กล่าวว่า มั่นใจว่า "ได้ยื่นข้อเสนอที่ดีที่สุดต่อรัฐบาลทั้ง 10 โมดุล เพราะบริษัทมีประสบการณ์ในการทำงานด้านนี้ในประเทศเกาหลีใต้มาก่อน  และหากประชาชนทราบรายละเอียดของโครงการก็จะช่วยให้เข้าใจมาก แต่ก็ยอมรับว่ามีความกังวลในการจัดหาที่ดินในการดำเนินโครงการที่กระบวนกำหนดให้เอกชนดำเนินการเองหลังประกวดราคา ซึ่งจำเป็นต้องให้รัฐบาลไทยช่วยเหลือ" 
 
ด้าน บ.ไอทีดีเพาเวอร์ไชน่า จากประเทศจีน เผยว่า"มั่นใจว่าจะสามารถยื่นข้อเสนอตามกรอบกำหนดได้ และกรอบที่กำหนดให้เอกชนเป็นผู้ทำรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมทำกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน การจัดการที่ดินจะไม่มีปัญหาแต่ก็เชื่อว่าทางการไทยจะเข้ามาช่วยในเรื่องดังกล่าว" 
 
ขณะที่ บ.ทีมไทยแลนด์ถอนตัวเนื่องจากไม่สามารถทำงานตามกรอบทีโออาร์ได้ แต่ก็มีความกังวลเนื่องจากศาลปกครองรับเรื่องไว้พิจารณา ขณะที่บริษัทอื่น ๆอาทิ  บ.ล๊อกเลย์ และ ยูทีเอสซัมมิท


กลับขึ้นด้านบน