มาตรการรับมือ"บั้งไฟ" ป้องกันผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชน

มาตรการรับมือ"บั้งไฟ" ป้องกันผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชน

มาตรการรับมือ"บั้งไฟ" ป้องกันผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชน

รูปข่าว : มาตรการรับมือ"บั้งไฟ" ป้องกันผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชน

มาตรการรับมือ งานประเพณีบุญบั้งไฟ หรือบุญเดือน 6 ของคนภาคอีสาน ซึ่งมักจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี ทำให้หลายหน่วยงาน โดยเฉพาะท่าอากาศยานนานาชาติอุบลราชธานี กำหนดแนวเขตห้ามจุดบั้งไฟโดยเด็ดขาด เพื่อไม่ให้กระทบต่อการบิน ขณะที่การจัดงานในปีนี้ (56) หลายพื้นที่เริ่มพบว่าเกิดอุบัติเหตุบั้งไฟตกใส่บ้านและทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหายแล้ว

                     

บ้านของนายสุรินทร์ กองคำ ชาวตำบลกระจาย อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร เสียหายหลังถูกบั้งไฟขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 นิ้ว ยาว 4 เมตร หรือบั้งไฟแสน ตกใส่เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้มีบ้านเสียหาย 2 หลัง และรถยนต์อีก 2 คัน แม้คณะกรรมการผู้จัดงานและบริษัทประกันภัยจะแสดงความรับผิดชอบด้วยการจ่ายเงินชดเชย แต่ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีก

 
ฐานจุดบั้งไฟ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 7 กิโลเมตร สร้างความเสียหายให้กับบ้านและทรัพย์สิน สะท้อนให้เห็นถึงอานุภาพของบั้งไฟในยุคปัจจุบันที่มีวิวัฒนาการมากขึ้น เพื่อให้บั้งไฟพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า บางครั้งพุ่งสูงถึงระดับ 20,000 ฟุต กลายเป็นอุปสรรครบกวนอากาศยานการบิน โดยเฉพาะท่าอากาศยานนานาชาติอุบลราชธานี ที่มีเครื่องบินขึ้น-ลงวันละ 10 กว่าเที่ยว ศูนย์ควบคุมการบิน จึงกำหนดเขตห้ามจุดบั้งไฟ 22 จุด ครอบคลุมเขตอำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี และอำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อไม่ให้กระทบกับการบิน
 
งานเทศกาลบุญบั้งไฟ หรือบุญเดือน 6 ถือเป็นประเพณีที่คนอีสานให้ความสำคัญ เพื่อบูชาพระยาแถนที่เชื่อว่าจะช่วยให้ฝนตกต้องตามงานฤดูกาล มักจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี แต่ปัจจุบันงานบุญบั้งไฟที่มีการพนันเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้มีการจัดงานนอกฤดูกาลมากขึ้น หลายหน่วยงานจึงกำหนดมาตรการเข้มงวด เพื่อป้องกันกลุ่มผู้ลักลอบเล่นพนันบั้งไฟ และลดกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับอากาศยาน แต่ยังคงมีการลักลอบจัดงานให้เห็นเป็นประจำทุกปี 
 


กลับขึ้นด้านบน