การท่องเที่ยวกับภาวะค่าเงินบาทแข็งค่า

การท่องเที่ยวกับภาวะค่าเงินบาทแข็งค่า

การท่องเที่ยวกับภาวะค่าเงินบาทแข็งค่า

รูปข่าว : การท่องเที่ยวกับภาวะค่าเงินบาทแข็งค่า

การท่องเที่ยวกับภาวะค่าเงินบาทแข็งค่า การท่องเที่ยว เป็นธุรกิจหนึ่งที่ได้รับประโชน์จากการเงินบาทที่แข็งค่าในขณะนี้ ทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทย ที่จะไปต่างประเทศ ได้ไปเที่ยวในราคาที่ถูกลง แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางมาไทย ได้รับผลกระทบ โดยมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น และทัวร์ของไทย ที่มีโอกาสปรับสูงขึ้นในอนาคต

อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ที่ผันผวนในช่วงที่ผ่านมา เป็นปัจจัยดึงดูดให้คนไทยตัดสินใจไปท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศที่มีค่าครองชีพสูง เช่น ญี่ปุ่น

เงินบาทของไทยแข็งค่าขึ้น ขณะที่เงินเยนของญี่ปุ่นอ่อนค่าลงมาก ซึ่งหมายถึง เงินบาทจำนวนเท่าเดิม สามารถแลกเงินเยนได้เพิ่มขึ้น หรือ ซื้อสินค้าในประเทศญี่ปุ่นได้ในราคาที่ถูกลง นอกจากนี้ราคาทัวร์ไม่ปรับราคาขึ้น ซึ่งปกติต้องปรับขึ้นปีละ 5-7 % จึงมีผลให้ยอดคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นไตรมาสแรกของปีเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับปี 2555

ทั้งนี้ ภาพรวมการเดินทางไปต่างประเทศของคนไทยในทุกด่านพรมแดน ช่วง3 เดือนแรกขยายตัวร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีผลให้การใช้จ่ายเงินในต่างประเทศสูงตามไปด้วย

แต่สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทย  หากจองโปรแกรมทัวร์มาก่อนหน้านี้ จะไม่ได้รับผลกระทบ เว้นแต่จะจองโปรแกรมในระยะนี้ หรือ การจับจ่ายซื้อสินค้าไทย จะมีราคาแพงขึ้น

   

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ สูงกว่าที่คาดกว่า 1 ล้านคนในช่วง 3 เดือน เป็นสิ่งยืนยันว่า ค่าเงินจะเปลี่ยนแปลง แต่ธุรกิจท่องเที่ยวจะขยายตัว แต่ผู้ประกอบการต้องรักษาสัญญาตามข้อตกลงในโปรแกรม แม้ค่าเงินเปลี่ยนแปลงจนทำให้กำไรที่ได้น้อยลง และจะเปลี่ยนไปปรับส่วนอื่นแทน เช่น มุ่งตลาดพรีเมี่ยมมากขึ้น

เลขาธิการสหพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย กล่าวว่า สถานการณ์ค่าเงินบาทที่มีผลมากที่สุด คือช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งที่ค่าเงินอ่อนลงไปกว่า 50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในเวลารวดเร็ว ซึ่งทำให้บริษัททัวร์ไปต่างประเทศกระทบอย่างรุนแรง แต่หากค่าเงินค่อยๆอ่อนลง หรือแข็งค่า แต่ไม่ผันผวนมากนัก เชื่อว่าผู้ประกอบการท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะสามารถรับมือและปรับตัวได้

 


กลับขึ้นด้านบน