ส.ส.ประชาธิปัตย์เตรียมตั้งกระทู้ถามรัฐ แจงการแก้ไขปัญหาราคายางพารา-น้ำมันปาล์มตกต่ำ

ส.ส.ประชาธิปัตย์เตรียมตั้งกระทู้ถามรัฐ แจงการแก้ไขปัญหาราคายางพารา-น้ำมันปาล์มตกต่ำ

ส.ส.ประชาธิปัตย์เตรียมตั้งกระทู้ถามรัฐ แจงการแก้ไขปัญหาราคายางพารา-น้ำมันปาล์มตกต่ำ

รูปข่าว : ส.ส.ประชาธิปัตย์เตรียมตั้งกระทู้ถามรัฐ แจงการแก้ไขปัญหาราคายางพารา-น้ำมันปาล์มตกต่ำ

 ส.ส.ประชาธิปัตย์เตรียมตั้งกระทู้ถามรัฐ แจงการแก้ไขปัญหาราคายางพารา-น้ำมันปาล์มตกต่ำ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เตรียมทวงถามแนวทางการแก้ไขปัญหาราคายางพารา และปาล์มน้ำมันตกต่ำกับรัฐบาล ในวันพรุ่งนี้ (7 พ.ค.2556) ขณะที่กระทรวงพาณิชย์เตรียมหารือ เพื่อพิจารณาขยายโครงการรับซื้อปาล์มรอบ 2 อีกจำนวน 50,000 ตัน

ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ให้แก้ปัญหาราคายางพาราและปาล์มน้ำมัน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้ไม่มีสัญญาณการแก้ปัญหาที่ชัดเจนจากรัฐบาลว่า ได้ดำเนินการ จึงเตรียมทวงถามเรื่องนี้ต่อนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง วันพรุ่งนี้ (7 พ.ค.2556)

ทั้งนี้ได้ยืนยันให้รัฐบาลรับซื้อยางพาราทั้งหมดและดูแลราคายางพาราชั้น 3 ไม่ให้ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 120 บาท และประกันราคาผลปาล์มสดกิโลกรัมละ 5 บาท

ด้านนายอุดมศักดิ์ ศุทธิเวทิน ประธานเครือข่ายเกษตรกร สถาบันเกษตรกรด้านยางพาราครบวงจรแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แม้ราคายางพาราขณะนี้เริ่มปรับสูงขึ้น แต่เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำยางที่ออกมา ยังน้อยกว่าปกติถึงร้อยละ50

ทำให้เกษตรกรต้องประสบกับภาวะขาดทุนจากต้นทุนการผลิตสูง จึงเห็นว่า รัฐบาลควรเริ่มโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางพาราอีกครั้ง เพราะราคาในปัจจุบันยังต่ำกว่าเป้าหมาย แต่ต้องปรับเปลี่ยนเงื่อนไขเพื่อให้เข้าถึงเกษตรกรทุกกลุ่ม

สำหรับราคายางพาราที่ตลาดท้องถิ่นที่ผ่านมา ปรับลดลงต่ำสุดในรอบปี โดนวันที่ 19 เมษายน 2556 ราคายางแผ่นดิบกิโลกรัมละ 68. 70 บาท , น้ำยางสด กิโลกรัมละ 69 บาท ก่อนทยอยปรับราคาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ล่าสุดวันที่ 3 พฤษภาคม 2556  ราคายางแผ่นดิบ อยู่ที่กิโลกรัมละ 76 บาท  และน้ำยางสดกิโลกรัมละ 75 บาท

สำหรับการแก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำ นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า สัปดาห์นี้ จะประชุมคณะกรรมการด้านการตลาดปาล์มน้ำมัน เพื่อพิจารณาขยายโครงการรับซื้อน้ำมันปาล์มรอบ 2 จำนวน 50,000 ตัน หากได้รับการพิจารณา ก็จะรับซื้อได้ตั้งแต่กลางเดือนพ.ค.2556

ทั้งนี้มติคณะรัฐมนตรีเดิม กำหนดกรอบปริมาณรับซื้อน้ำมันปาล์มเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไว้ 100,000 ตัน แบ่งเป็นรับซื้อรอบละ 5 0,000ตัน สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2556

โดยรอบแรกองค์การคลังสินค้าหรือ อคส. รับซื้อจำนวน 50,000 ตัน แต่ไม่มีการระบายสต็อกออกมา

 


กลับขึ้นด้านบน