กรมส่งเสริมการค้าฯ เผยส่งออกสินค้าวัสดุก่อสร้างไตรมาสแรกโต ทะลุ 60%

กรมส่งเสริมการค้าฯ เผยส่งออกสินค้าวัสดุก่อสร้างไตรมาสแรกโต ทะลุ 60%

กรมส่งเสริมการค้าฯ เผยส่งออกสินค้าวัสดุก่อสร้างไตรมาสแรกโต ทะลุ 60%

รูปข่าว : กรมส่งเสริมการค้าฯ เผยส่งออกสินค้าวัสดุก่อสร้างไตรมาสแรกโต ทะลุ 60%

กรมส่งเสริมการค้าฯ เผยส่งออกสินค้าวัสดุก่อสร้างไตรมาสแรกโต ทะลุ 60% ชี้เป็นปีทองของการก่อสร้าง เร่งปรับโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศรองรับเออีซี

 นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ(สค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการค้าสินค้าวัสดุก่อสร้างว่า ไตรมาสแรก(ม.ค.-มี.ค.) ปี 2556 ไทยส่งออกรวม 2,964 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 60% เนื่องจากความต้องการวัสดุก่อสร้างที่มากขึ้น โดยเฉพาะเหล็ก ซึ่งเป็นสินค้าหลักของสินค้าวัสดุก่อสร้าง เชื่อว่าจะสนับสนุนให้การส่งออกสินค้าวัสดุก่อสร้างปี 2556  มีมูลค่าไม่น้อยกว่า 10,733 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ ขยายตัวเพิ่ม 10%  โดยสินค้ากลุ่มนี้คิดเป็นสัดส่วน 5.2% ของมูลค่าการส่งออกรวมทั้งประเทศ

 
“การส่งออกเหล็กในไตรมาสแรกมีมูลค่ากว่า 2,268 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 83% โดยประเทศที่นำเข้าหลักได้แก่ ฮ่องกง ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ซึ่งมีอัตราการขยายตัวถึง  2,347% 76% และ 234 % ตามลำดับ” นางศรีรัตน์ กล่าวและว่า การนำเข้าจากฮ่องกงเป็นการนำเข้า เพื่อส่งออกต่อไปยังประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะจีน ที่ได้ลงนามความร่วมมือว่าด้วยการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างไทย-ฮ่องกง เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คาดว่าจะส่งผลให้การส่งออกสินค้าไทยไปฮ่องกงขยายตัวมากยิ่งขึ้น ส่วนการนำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของไทยก็มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับออสเตรเลีย การยกเลิกการไต่สวน AD สินค้าเหล็กโครงสร้างจากไทยตั้งแต่มิถุนายน 55 ส่งผลให้การส่งออกสินค้าเหล็กของไทยยังคงขยายตัวในตลาดนี้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่การส่งออกไปสหรัฐลดลง 
 
นางศรีรัตน์ กล่าวว่า การส่งออกวัสดุก่อสร้างไปตลาดอาเซียนในกลุ่ม CLMV(กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น จากการขยายตัวของโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในแต่ละประเทศ เพื่อรองรับการเป็นประชาคมอาเซียน(เออีซี)โดยเฉพาะพม่า ยกเว้นเวียดนามที่การส่งออกวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะปูนซีเมนต์ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากนโยบายการให้ใช้สินค้าในประเทศ ทั้งนี้ อาเซียนกำลังกลายเป็นตลาดสำคัญของผู้ส่งออกหลายๆ ราย ผู้ประกอบการไทยจึงควรเร่งปรับศักยภาพของตนเอง เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการใช้ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดภูมิภาคอาเซียนตลาดหลักในการส่งออกสินค้า ได้แก่ ฮ่องกง ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย  และอินเดีย รวมกันคิดเป็นสัดส่วน 56% ตลาดใหม่ที่มีอัตราการขยายตัวสูง ได้แก่  ฮ่องกง 2,347% ออสเตรเลีย 234.03 อินเดีย 173  
 
ทั้งนี้ ไทยมีจุดแข็งในความเป็นผู้ส่งออกเหล็กโครงสร้าง(Module) พร้อมการให้บริการแรงงานก่อสร้าง หากไทยมีอุตสาหกรรมเหล็กต้นน้ำ จะลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า ทั้งทองแดงและเศษเหล็ก เนื่องจากราคาในตลาดมีความผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้น การขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้เฉพาะด้านและเทคโนโลยีการผลิต การส่งออกสินค้าหลายรายการมีข้อจำกัดด้านมาตรการทางการค้า ค่าขนส่งมีราคาสูง และขาดแคลนเรือขนส่งแบบเทกอง(Bulk) สำหรับการขนส่งเหล็กไปพม่า ซึ่งเป็นประเทศที่มีความต้องการสินค้าสูง เป็นต้น
 
สำหรับกลยุทธ์การผลักดันการค้าให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ภาครัฐจะส่งเสริมและเร่งให้มีการเจรจาเปิด ตลาดสินค้าวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะเหล็กและผลิตภัณฑ์ ให้มากขึ้นและพิจารณาเรื่อง กฎแหล่งกำเนิดสินค้าก่อนจัดทำข้อตกลงเอฟทีเอกับอินเดีย และจีน โดยเฉพาะสินค้าเหล็ก เพื่อจะได้ทราบกำหนดขอบเขตทางการค้าที่จะจัดทำขึ้น เนื่องจากสินค้าเหล็กเป็นสินค้าที่จะต้องใช้วัตถุดิบภายในประเทศน้อยกว่า 40% และเป็นสินค้าที่มีกฎการนำเข้าเฉพาะ(Product Specific Rules)   
 
ทั้งจะส่งเสริมการขยายตลาดใหม่ที่มีการขยายตัวด้านการก่อสร้างและสาธารณูโภค ขณะที่ผู้ประกอบการไทยควรเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูปที่เป็นจุดแข็งของตน หรือ ขยายรูปแบบเหล็กสำเร็จรูปใหม่ๆ เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดและเพิ่มมูลค่า(Value Added)


กลับขึ้นด้านบน