"เสน่ห์กางเกงยีนส์" แฟชั่น 200 ปี

"เสน่ห์กางเกงยีนส์" แฟชั่น 200 ปี

"เสน่ห์กางเกงยีนส์" แฟชั่น 200 ปี

รูปข่าว : "เสน่ห์กางเกงยีนส์" แฟชั่น 200 ปี

เสน่ห์ของกางเกงยีนส์ที่หลายคนชื่นชอบ คือ สวยทะมัดทะแมง และยิ่งเก่าดูมีคุณค่า ซึ่งหากเครื่องแต่งกายอายุเกือบ 200 ปีชิ้นนี้ ที่เป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นในปัจจุบัน มีเรื่องราวเกี่ยวกับชนชั้นแรงงานด้วย

นางแบบสาวบรูก ชิลส์ เผยว่า ไม่มีสิ่งใดจะมาขวางกั้นระหว่างฉันกับยีนส์ของฉันได้  ทำให้กางเกงยีนส์กลายเป็นแฟชั่นระดับไฮสตรีท หรือบทบาทเด็กหนุ่มจอมขบถของ เจมส์ ดีน  พระเอกตัวแทนวัยรุ่นอเมริกันยุค 50 ที่มักปรากฎตัวพร้อมยีนส์สีเข้ม จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอเมริกัน

กางเกงยีนส์ที่เสริมให้ผู้สวมใส่ดูโก้เท่ มีความเป็นตัวเองสูง ทำให้ได้รับความนิยมจนแพร่หลายไปทั่วโลกตั้งแต่ปี 1950 เป็นต้นมา หากยุคแรกของกางเกงยีนส์เป็นเครื่องแต่งกายผู้ใช้แรงงานในเหมืองแร่ ประเทศสหรัฐฯ ที่นิยมสวมใส่กางเกงและเสื้อเอี๊ยม ที่มีความหนาพิเศษเพื่อความเหมาะสมในการทำงานและป้องกันฝุ่น แต่เดิมยีนส์มีสีน้ำตาลปนแดง ทำจากผ้าใบเต๊นท์ ก่อนเปลี่ยนมาทอด้วยฝ้ายย้อมสีน้ำเงินคราม และใช้วิธีการทอลายสองและตอกหมุดโลหะเพิ่มความคงทน

กระแสตื่นทองราวศตวรรษที่ 18 ทำให้นักแสวงโชคจำนวนมากเดินทางมาสหรัฐฯ และต้องเผชิญความยากลำบากในแผ่นดินใหม่ ทั้งการเดินทางไกลบนหลังม้า ภูมิประเทศและสภาพอากาศ การออกแบบกางเกงยีนส์จึงเน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก นอกจากความหนาราว 14 ออนซ์ขึ้นไปเพื่อความคงทน ใส่ได้นาน ยีนส์รุ่นบุกเบิก มีรูปทรงหลวมที่เอว พอดีตรงสะโพก และปลายขากว้าง เพื่อให้เหมาะกับการขี่ม้า ขณะที่ป้ายหนังด้านหลังถูกออกแบบเพื่อใช้เสียบมีดพกพาและไว้ลับคมมีด รวมถึงมีกระเป๋าที่ห้าซ่อนไว้เพื่อเก็บเศษเหรียญ ปัจจุบันกางเกงยีนส์ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ทางแฟชั่น และถูกออกแบบให้มีรูปทรงหลากหลาย หากเสน่ห์ของกางเกงยีนส์ที่อยู่มานานเกือบ 200 ปี ถูกใจคนรักยีนส์มากมาย

นอกจากนี้คนรักยีนส์หลายคนได้เก็บสะสมกางเกงรุ่นเก่าหายากและไม่มีผลิตแล้วในปัจจุบัน ทำให้กางเกงยีนส์มีมูลค่าและคุณค่าเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา สะท้อนอิทธิพลของเครื่องแต่งกายชนิดนี้ที่อยู่ในใจผู้คนจากรุ่นสู่รุ่น


กลับขึ้นด้านบน