สำรวจผลกระทบของการ "แย่งใช้น้ำ" ในบึงบอระเพ็ด

สำรวจผลกระทบของการ "แย่งใช้น้ำ" ในบึงบอระเพ็ด

สำรวจผลกระทบของการ "แย่งใช้น้ำ" ในบึงบอระเพ็ด

รูปข่าว : สำรวจผลกระทบของการ "แย่งใช้น้ำ" ในบึงบอระเพ็ด

สำรวจผลกระทบของการ "บึงบอระเพ็ด" ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ ที่จ.นครสวรรค์ ขณะนี้ กำลังประสบปัญหาระดับกักเก็บน้ำ ต่ำกว่าจุดวิกฤต ส่งผลกระทบต่อ ระบบนิเวศน์ ทั้งพันธุ์ปลา และ พืชพันธุ์น้ำ รวมทั้งผู้ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน โดยสาเหตุนอกจากภัยแล้ง ยังมาจาก ชาวนารอบบึงฯ ต่างแย่งกันสูบน้ำจำนวนมหาศาล เพื่อทำนาปรังปีละหลายๆ ครั้ง โดยมีแรงจูงใจจากราคาข้าวที่สูงขึ้น

น้ำในบึงบอระเพ็ดที่ลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง เป็นอุปสรรคทำให้ลำจวน พรหมแตง ชาวประมงพื้นบ้านอ.เมือง จ.นครสวรรค์ ต้องใช้เวลานานกว่าจะนำเรือข้ามผ่านสันดอน ออกไปหาปลา เช่นเดียวกับชาวประมง หลายรายเริ่มทิ้งให้เรือเกยตื้น และหันไปทำอาชีพอื่น เนื่องจากหาปลาได้น้อยลงกว่าในอดีต โดยชาวประมงเชื่อว่า ปริมาณน้ำที่ลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระบบนิเวศของบึงบอระเพ็ดเปลี่ยนแปลง ส่วนสาเหตุที่ทำให้น้ำลดมาจากชาวนารอบบึงฯ ต่างแย่งกันสูบน้ำจำนวนมหาศาลเพื่อให้ทำนาปรัง ปีละหลายๆครั้ง

 
ในช่วงปกติบึงบอระเพ็ด จะมีระดับกักเก็บน้ำอยู่ที่ 24 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง แต่ขณะนี้มีระดับกักเก็บน้ำ เหลือเพียง 21 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งต่ำกว่าจุดวิกฤตถึง 1 เมตร ส่งผลกระทบต่อ ระบบนิเวศน์ ทั้งพันธ์ปลา และ พืชพันธุ์น้ำ

    

 
ล่าสุดมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ สกว. จึงเชิญผู้นำชุมชน ชาวบ้าน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมพูดคุยถึงปัญหา แนวทางแก้ไข ตามโครงการวิจัยแบบมีส่วนร่วมเพื่อการจัดการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำบึงบอระเพ็ดอย่างยั่งยืน เบื้องต้นเห็นพ้องกันว่า การใช้น้ำในบึงบอระเพ็ด ควรดำเนินการให้เป็นระบบ ทั้งเรื่องของพื้นที่ และกำหนดเขตกรอบการใช้ประโยชน์จากน้ำในบึง
 
"บึงบอระเพ็ด" ถือเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ มีพื้นที่กว่า 130,000 ไร่ นอกจากเป็นแหล่งน้ำ ที่สร้างอาชีพ แก่เกษตรกร และ ชาวประมงแล้ว ยังมีความสำคัญในการเป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติ จากความหลากหลายทางชีววิทยา ทั้งพันธ์สัตว์ร้ำ และพืชน้ำที่สำคัญด้วย
 


กลับขึ้นด้านบน