ผลเลือกตั้งปากีสถานคาด นาวาซ ชารีฟ อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย จะชนะการเลือกตั้ง

ผลเลือกตั้งปากีสถานคาด นาวาซ ชารีฟ อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย จะชนะการเลือกตั้ง

ผลเลือกตั้งปากีสถานคาด นาวาซ ชารีฟ อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย จะชนะการเลือกตั้ง

รูปข่าว : ผลเลือกตั้งปากีสถานคาด นาวาซ ชารีฟ อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย จะชนะการเลือกตั้ง

ผลเลือกตั้งปากีสถานคาด นาวาซ ชารีฟ อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย จะชนะการเลือกตั้ง อดีตนายกรัฐมนตรีปากีสถาน เตรียมกลับขึ้นสู่อำนาจอีกครั้ง หลังการนับคะแนนการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ ชี้ว่ามีคะแนนนำห่าง

ชาวปากีสถานในกรุงอิสลามาบัด รับทราบข่าวเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านพ้นไป ซึ่งแม้จะยังไม่มีการรับรองผลอย่างเป็นทางการ แต่ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า นายนาวาซ ชารีฟ อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัยอายุ 63 ปี เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งด้วยเสียงข้างมาก

ชาวกรุงอิสลามาบัดแสดงการตอบรับผลการเลือกตั้ง และหวังว่านายชารีฟ จะทำตามคำมั่นที่ให้ไว้กับประชาชนและประเทศ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งของปากีสถาน แถลงถึงจำนวนผู้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งเมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่ามีผู้ออกไปใช้สิทธิถึงร้อยละ 60 ซึ่งนับว่าสูงมากแม้จะมีการข่มขู่จะก่อเหตุรุนแรงโดยกลุ่มตอลีบาน ขณะที่การเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่แล้วมีผู้ออกไปใช้สิทธิเพียงร้อยละ 44

ส่วนการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ต้องใช้เวลารวบรวมคะแนนอีกระยะหนึ่ง เบื้องต้นคาดว่าพรรค PLM-N ของนายชารีฟ จะได้ที่นั่งมากกว่า 100 ที่นั่ง จากที่นั่งในสภาทั้งหมด 272 ที่มีการเลือกตั้งโดยตรง แต่คาดว่าคะแนนเสียงของพรรคนายชารีฟไม่มากพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ ดังนั้นต้องจัดตั้งรัฐบาลผสมกับผู้สมัครอิสระ และพรรคการเมืองอื่น

ส่วนพรรค PPP ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลปัจจุบัน ที่เสื่อมความนิยมรวมทั้งถูกกลุ่มตอลีบานขัดขวางการเลือกตั้ง และพรรค PTI ภายใต้การนำของนายอิมราน ข่าน ได้ที่นั่งพรรคละประมาณไม่ถึง 40 ที่นั่ง

ด้านนายชารีฟ ประกาศชัยชนะ และระบุว่า พร้อมจะทำงานกับทุกพรรคการเมืองเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศ นับเป็นการหวนคืนสู่การเมืองอย่างงดงามของนายนาวาซ ชารีฟ อดีตนายกรัฐมนตรีสองสมัย ที่เคยถูกถอดจากตำแหน่งเนื่องจากข้อกล่าวหาคอร์รัปชั่น และเคยถูกพลเอกเปอร์เวซ มูชาราฟ ทำรัฐประหาร และการเลือกตั้งครั้งนี้ ยังนับเป็นการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นหลังรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง อยู่จนครบวาระโดยไม่ถูกรัฐประหาร จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนถ่ายอำนาจปกครอง จากรัฐบาลพลเรือ สู่รัฐบาลพลเรือน


กลับขึ้นด้านบน