"ดีเอสไอ"แจ้งข้อหาครู จ.นครราชสีมาเอี่ยวทุจริตสอบครูผู้ช่วย

"ดีเอสไอ"แจ้งข้อหาครู จ.นครราชสีมาเอี่ยวทุจริตสอบครูผู้ช่วย

"ดีเอสไอ"แจ้งข้อหาครู จ.นครราชสีมาเอี่ยวทุจริตสอบครูผู้ช่วย

รูปข่าว : "ดีเอสไอ"แจ้งข้อหาครู จ.นครราชสีมาเอี่ยวทุจริตสอบครูผู้ช่วย

กรมสอบสวนคดีพิเศษเรียกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าให้การก่อนรับทราบข้อหากระทำการทุจริตในการสอบเข้าตำแหน่งครูผู้ช่วยและเตรียมออกหมายเรียกผู้เข้าร่วมสอบในจังหวัดนครราชสีมาอีก 48 คน เนื่องจากพบว่า มีความผิดปกติในกระดาษคำตอบ

พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้เรียกนายสุเชาว์ ยะถีโล ครูผู้ช่วย โรงเรียนกงรถราษฎร์สามัคคี จังหวัดนครราชสีมา และนายอำพร ทวรรณกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนเสมาอุปถัมภ์ จังหวัดนครราชสีมา มาให้ปากคำเกี่ยวกับการทุจริตสอบเข้าครูผู้ช่วย

 
โดยจากการสอบสวนได้มีการแจ้งข้อหากับนายอำพร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 เอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน หลังมีหลักฐานชัดเจนว่านายอำพร มีส่วนกระทำผิดในการทุจริตสอบครูผู้ช่วย ส่วนนายสุเชาว์ เป็นเพียงพยานที่ถูกเรียกมาให้ข้อมูลเท่านั้น โดยหากพนักงานสอบสวนพบว่า มีส่วนร่วมกับการกระทำผิดครั้งนี้ก็จะมีการเรียกมาแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในครั้งต่อไป
 
ขณะที่นายอำพรได้ให้การปฏิเสธ และยืนยันว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการทุจริตดังกล่าว เบื้องต้น ดีเอสไอไมได้มีการควบคุมบุคคลทั้งสองคน เนื่องจากเป็นข้าราชการ และจะปล่อยตัวไปหลังสอบปากคำแล้วเสร็จ ขณะเดียวกัน ดีเอสไอเตรียมส่งหมายเรียก ไปยังผู้เข้าร่วมสอบตำแหน่งครูผู้ช่วยในจังหว้ดนครราชสีมาเพิ่มเติมอีก 48 คน ซึ่งเป็นบุคคลที่มีการทำคะแนนสอบได้ลำดับค่อนข้างสูง แต่พบว่า ในกระดาษคำตอบมีการตอบคำถามผิดในข้อเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดสังเกต
 
สำหรับการตรวจสอบการทุจริตสอบเข้าครูผู้ช่วยครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ยื่นเอกสารกับดีเอสไอ หลังพบว่า การสอบครั้งนั้นอาจจะมีการทุจริตในการสอบเข้าตำแหน่งครูผู้ช่วย และเมื่อดีเอสไอเข้าตรวจสอบพบว่า คดีดังกล่าวมีมูลจริงจึงรับเป็นคดีพิเศษ ส่งผลให้กระทรวงศึกษาธิการสั่งให้การสอบที่ผ่านมาเป็นโมฆะ และต้องสอบใหม่ทั้งหมด
 
ส่วนข้อมูลการสืบสวนของดีเอสไอพบการทุจริต 3 รูปแบบ คือ ให้บุคคลอื่นไปสอบแทนในสถานที่สอบ ใช้เครื่องมือสื่อสารและส่งสัญญาณเข้าไปในห้องสอบ และข้อสอบรั่ว โดยมีการเอาโพยคำตอบเข้าไปในห้องสอบด้วย และพยานยังให้การด้วยว่า ค่าจ้างสำหรับการทุจริตครั้งนี้ ตกอยู่ที่คนละประมาณ 300,000- 500,000 บาท 


กลับขึ้นด้านบน