ครูใต้ขาดแคลนจากเหตุความรุนแรง

ครูใต้ขาดแคลนจากเหตุความรุนแรง

ครูใต้ขาดแคลนจากเหตุความรุนแรง

รูปข่าว : ครูใต้ขาดแคลนจากเหตุความรุนแรง

ครูใต้ขาดแคลนจากเหตุความรุนแรง เจ้าหน้าที่เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยครู และนักเรียนของโรงเรียนหลายแห่งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังทยอยเปิดเรียนตั้งแต่เมื่อวานนี้ โดยเฉพาะโรงเรียนบางแห่ง เช่น โรงเรียนบ้านตันหยง อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ครูถูกยิงเสียชีวิตภายในโรงเรียน เมื่อช่วงต้นปี เหตุรุนแรงครั้งนั้น ทำให้ครูขอย้ายออกเกือบทั้งหมด รวมถึงผู้อำนวยการโรงเรียน ส่งผลให้ปีการศึกษานี้ ครูในบางสาขาวิชาขาดแคลน

การแนะนำตัวเอง คือสิ่งแรกที่ครูซารีนา วาเส็ง ใช้สร้างความคุ้นเคยกับนักเรียนโรงเรียนบ้านตันหยง อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส หลังเธอตัดสินใจย้ายเข้ามาสอนแทนครูชลธี เจริญชล ที่ถูกยิงเสียชีวิตภายในโรงเรียนเมื่อวันที่ 23 มกราคมปีนี้ และแม้ว่าจะไม่ความชำนาญ มากนักในการเป็นครูประชั้นของนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 5 และ 6 เพราะจากเดิม เป็นครูสอนวิชาให้เด็กระดับประถมศึกษาปีที่ 1 และ 2 แต่เธอเชื่อว่าความตั้งใจจริง จะทำให้เธอปรับตัวได้ไม่ยาก

ไม่แตกต่างไปจากครูมุสลิม ที่ต้องสอนวิชาภาษาไทยอย่าง น.ส.ปัตมา ซาฟีอีย์ ที่ย้ายจากโรงเรียนในอำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส มาทำหน้าครูที่นี้ รวมถึงครูอีก 7 คนที่ย้ายเข้ามาใหม่ หลังสิ้นเสียงปืนของผู้ก่อเหตุ ที่ทำให้ครูซึ่งมีอยู่เดิมของย้ายออกเกือบทั้งหมด เธอบอกว่าแม้เจ้าหน้าที่จะเพิ่มการรักษาปลอดภัยให้มากขึ้น ระหว่างการทำการเรียนการสอน แต่เธอก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับนักเรียน เพื่อนครู และคนในชุมชน เพื่อเกราะป้องกันให้เธอสามารถทำหน้าที่เรือจ้างได้อย่างปลอดภัย

แม้จะมีครูมาทดแทน ทำให้โรงเรียนบ้านตันหยงในปัจจุบันมีครู 17 คน แต่ในบางสาขาวิชา เช่น วิชาศิลปะ ซึ่งเดิมครูชลธีเคยเป็นผู้สอน ขณะนี้ยังขาดแคลน เช่นเดียวกับผู้อำนวยการของโรงเรียนบ้านตันหยง ที่ขอย้ายไปประจำที่อื่น ทำให้หน้าที่ในการบริหารโรงเรียนได้รับผลกระทบ

อีกสิ่งที่หนึ่งที่น่ากังวล คือจำนวนของนักเรียนโรงเรียนบ้านตันหยงที่ลดลงเหลือประมาณ 290 คน จากเดิมที่มีมากกว่า 300 คน เพราะบางส่วนจบการศึกษาออกไป รวมถึงความไม่มั่นใจของผู้ปกครองบางคน ที่เลือกส่งบุตรหลานไปเรียนในเขตเมือง ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนหลายแห่งที่เกิดเหตุความรุนแรง


กลับขึ้นด้านบน