เหตุการณ์ซ้ำรอย "ลืมเด็กในรถ" ที่จ.ศรีสะเกษ

เหตุการณ์ซ้ำรอย "ลืมเด็กในรถ" ที่จ.ศรีสะเกษ

เหตุการณ์ซ้ำรอย "ลืมเด็กในรถ" ที่จ.ศรีสะเกษ

รูปข่าว : เหตุการณ์ซ้ำรอย "ลืมเด็กในรถ" ที่จ.ศรีสะเกษ

เหตุการณ์ซ้ำรอย หากย้อนไปเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ที่จ.สมุทรปราการ มีข่าวเกี่ยวกับการลืมเด็กหญิงวัย 3 ขวบไว้ในรถตู้ จนเด็กขาดอากาศหายใจเป็นเวลานาน และเสียชีวิต ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ปกครองและญาติเป็นอย่างมาก ล่าสุดเมื่อวานนี้ (14พ.ค.56) ได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกครั้ง ที่จ.ศรีสะเกษ หลังจากที่ครูที่ขับรถรับส่งนักเรียนลืมเด็กชายวัย 3 ขวบไว้ในรถจนเสียชีวิตเช่นกัน ซึ่งครูที่ขับรถรับส่งนักเรียนก็เตรียมเดินทางรับทราบข้อกล่าวหาในวันพรุ่งนี้ (16พ.ค.56)

น.ส.ธัญยธรณ์ บุญมา เข้าให้ปากคำกับตำรวจภูธรอุทุมพรพิสัย ถึงการเสียชีวิตของเด็กชาย สุริยการ พากัน หรือน้องพอตเตอร์ วัย 3 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาลโรงเรียนอนุบาลอุทุมพรวิทยา อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ หลังถูกลืมไว้ในรถปิกอัพ ที่ดัดแปลงมาใช้รับ-ส่งนักเรียน นานกว่า 7 ชั่วโมง จนเสียชีวิต เมื่อวานนี้

 
ความสะเพร่า และขาดการเอาใจใส่เด็กนักเรียนของครู ซึ่งเป็นคนขับรถรับ-ส่งนักเรียน เป็นสาเหตุที่แม่ของเด็กเชื่อว่านำไปสู่การเสียชีวิตของบุตรชาย เนื่องจากก่อนเกิดเหตุครูของโรงเรียนขับรถมารับเด็กในช่วงเช้า โดยให้เด็กนอนหลับอยู่บริเวณที่นั่งผู้โดยสารหลังคนขับ แต่กลับลืมเด็กไว้ในรถ จนถึงเวลาประมาณบ่าย 3 โดยไม่มีการออกตามหา และมาพบเด็กอยู่ในรถสภาพร่างกายเขียวคล้ำ และเสียชีวิตก่อนนำส่งโรงพยาบาลอุทุมพรพิสัย
 
ส่วนความช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ทางโรงเรียนยืนยันว่า จะขอรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทุกกรณี และให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ส่วนการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง ขณะนี้ตำรวจได้เรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบสวนหาสาเหตุว่าเกิดจากการประมาทหรือไม่ โดยเฉพาะน.ส.อัมพิกา เพชรนาม ครูผู้ขับรถ ซึ่งจะเข้ารับทราบข้อกล่าวหา กระทำการโดยประมาท ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต และให้ปากคำในวันพรุ่งนี้
 
เหตุการณ์ในลักษณะนี้ เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ในรอบไม่ถึง 2 เดือน หลังจากเคยเกิดกับเด็กหญิงวัย 3 ขวบ ซึ่งถูกลืมทิ้งในรถตู้โรงเรียนอนุบาลอนงค์เวท จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา จนต้องรักษาตัวในห้องไอซียู 14 วัน เพราะขาดอากาศหายใจเป็นเวลานาน และเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องในข้อหากระทำการประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต


กลับขึ้นด้านบน