สคบ.ถกผู้ประกอบการโรงหนัง

สคบ.ถกผู้ประกอบการโรงหนัง

สคบ.ถกผู้ประกอบการโรงหนัง

รูปข่าว : สคบ.ถกผู้ประกอบการโรงหนัง

สคบ.ถกผู้ประกอบการโรงหนัง ต้นทุนสูงขึ้น ทำให้ต้องขึ้นราคาตั๋วหนัง เป็นข้ออ้างของโรงหนังใหญ่จาก 2 ค่าย ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ.รับเรื่องร้องเรียนนี้ และร่วมหารือเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา

ต้นทุนที่ต้องแบกรับ ทั้งค่าบริหารจัดการ และค่าแรงพนักงานที่เพิ่มขึ้นตามนโยบายรัฐบาล เป็นสาเหตุที่ทำให้โรงภาพยนตร์ทั้ง 2 เครือยืนยันว่าไม่สามารถลดราคาตั๋วหนังได้ คำชี้แจงของตัวแทนผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์เครือใหญ่ของไทยอย่าง เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด และเอสเอฟ คอร์ปอเรชั่น ซึ่งมีผู้ร้องเรียนว่าบัตรชมภาพยนตร์ และสินค้าที่ขายหน้าโรงหนังมีราคาแพงเกินจริง จนทำให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เรียกผู้ประกอบการเข้าหารือเพื่อตรวจสอบหาต้นทุนที่แท้จริงของธุรกิจโรงภาพยนตร์

สุวรรณี ชินเชี่ยวชาญ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสเอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ค่าน้ำไฟแพงขึ้น ค่าจ้างพนักงานเพิ่มทุกเดือน แค่ค่าข้าวก็แพงแล้ว ค่าครองชีพแพงขึ้น ทำให้ตั๋วหนังแพงขึ้น เป็นประเด็นทางการค้าที่เราต้องยอมรับ

อภิชาติ คงชัย ผู้อำนวยการฝ่ายโรงภาพยนตร์ บริษัท เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด กล่ายว่า ตั๋วแพงไม่แพงขึ้นอยู่กับผู้บริโภคตัดสิน เมเจอร์ ปรับราคาคิดหลายตลบ ไม่ได้อยู่ที่คน 2 คน ธุรกิจเรา แมส อยู่กับผู้บริโภคทั้งประเทศ เรามีหลากหลายราคาให้เลือก รองรับกลุ่มลูกค้าต่างกันอยู่แล้ว

ปัญหาราคาค่าตั๋วชมภาพยนตร์ ค่าบริการ รวมถึงการโฆษณา ในโรงภาพยนตร์แบบมัลติเพล็กซ์ เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคร้องเรียนมาอย่างยาวนานถึงความไม่เหมาะสม จนสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเข้ามาพยายามหาทางแก้ไขผ่านกลไกอย่างกรมการค้าภายใน กรมสรรพากร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หากตรวจสอบพบว่ามีราคาไม่สมเหตุผลกับต้นทุน ก็จะมีมาตรการดูแลในเรื่องราคา ซึ่งขึ้นอยู่กับผลการตรวจสอบการประชุมคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค ปลายเดือนนี้

จิรชัย มูลทองโร่ย  เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. กล่าวว่า วันนี้ สคบ.เป็นตัวแทนผู้บริโภคที่มาขอรับคำยืนยันจากผู้ประกอบการในการดูแลผู้บริโภค ก็ไม่จบแค่วันนี้ กรมการค้าภายในก็จะรับไปพิจารณาต่อไป

ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งในคำชี้แจงที่ผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์มักพูดถึงทุกครั้งเมื่อมีการเรียกร้องเรื่องราคาค่าบริการ หากแท้จริงแล้วธุรกิจโรงภาพยนตร์ปัจจุบันมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้น ทั้งมีแผนขยายจะสาขา โดยเจ้าของธุรกิจโรงภาพยนตร์รายใหญ่ของไทยอย่างเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ ตั้งเป้าว่าจะขยายสาขาออกไปให้ครบทั้ง 77 จังหวัด หรือ 1,000 โรงฉาย ภายใน 6 ปี ซึ่งการตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจึงเป็นสิ่งที่ผู้ใช้บริการโรงภาพยนตร์ต่างจับตาว่าจะสามารถแก้ปัญหาที่มีอยู่มาอย่างยาวนานได้หรือไม่


กลับขึ้นด้านบน