ผอ.องค์การเภสัชกรรมยันโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีน โปร่งใสทุกขั้นตอน

ผอ.องค์การเภสัชกรรมยันโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีน โปร่งใสทุกขั้นตอน

ผอ.องค์การเภสัชกรรมยันโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีน โปร่งใสทุกขั้นตอน

รูปข่าว : ผอ.องค์การเภสัชกรรมยันโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีน โปร่งใสทุกขั้นตอน

ผอ.องค์การเภสัชกรรมยันโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีน โปร่งใสทุกขั้นตอน วันพรุ่งนี้ (17 พ.ค.) กรมสอบสวนคดีพิเศษจะสรุปการตรวจสอบความผิดเกี่ยวกับการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง การก่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ขององค์การเภสัชกรรม ขณะที่ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ยืนยันว่า อีก 7 วันจะสรุปราคาการก่อสร้าง ซึ่งหากล่าช้ากว่านั้นจะยกเลิกทันที พร้อมยืนยันถึงความโปร่งใสในการดำเนินงานทุกกรณีที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์

นายเเพทย์วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม เเถลงชี้เเจงถึงกรณีที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ชี้มูลความผิดปกติ กรณีองค์การเภสัชกรรม จัดซื้อจัดจ้างวัตถุดิบผลิตยาพาราเซตามอล เเละพบการปนเปื้อน โดยระบุว่า การดำเนินงานทุกอย่างถูกต้อง เเละไม่มีเจตนาทำให้ภาพลักษณ์องค์กรเสียหาย พร้อมยอมรับรู้สึกหมดกำลังใจเเละผิดหวังกับผลการตรวจสอบของ ดีเอสไอ ทั้งที่ให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ในการตรวจสอบเเล้ว ซึ่งส่งผลต่อการดำเนินงานบางส่วน เพราะต้องเสียเวลาไปกับการเตรียมข้อมูล หลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์

สำหรับกระแสข่าวการถูกปลดจากตำแหน่ง นายแพทย์วิทิต ระบุว่า ตามกลไกของที่ประชุมคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรมที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ (17 พ.ค.2556) และหากถูกปลดโดย คงต้องดำเนินการตามสิทธิ

ส่วนกรณีการก่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดนกที่ล่าช้า เพราะต้องมีการปรับแบบโรงงานจากระดับ 2 เป็น 2 บวก เพื่อให้ผลิตได้ทั้งเชื้อเป็นและเชื้อตาย ซึ่งเชื้อเป็นสามารถผลิตได้มากกว่าเชื้อตาย 30-100 เท่า เป็นการรองรับภาวะการระบาด ซึ่งขณะนี้อยู่ที่การต่อรองราคาปรับแบบ หากบริษัทไม่ตอบกลับมาภายใน 7 วันนับจากนี้ จะยกเลิกบริษัทดังกล่าว

ส่วนเรื่องความล่าช้าก่อสร้างโรงงานผลิตยาต้านไวรัสเอชไอวี ผู้อำนวยการองค์กรเภสัชกรรม บอกว่า ได้ยกเลิกบริษัทที่ทำเรื่องเครื่องความเย็นแล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบเรียกค่าปรับ และจะมีการทำทีโออาร์ใหม่ เพื่อให้โรงงานเดินหน้าต่อไป
 
ด้านนายประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึง กรณีการตรวจสอบองค์การเภสัชกรรมว่า ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และเป็นหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ รวมถึงคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่ตั้งขึ้นมาเฉพาะ

ส่วนกรณีที่มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า จะปลดผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะหากมีจริงคงไม่ต้องดึงองค์กรกลางอย่างกรมสอบสวนคดีพิเศษเข้ามาตรวจสอบ เพราะสามารถใช้อำนาจรัฐมนตรีได้

ขณะที่ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวถึง การสืบสวนการก่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีนว่า ในวันศุกร์ที่ 17 พ.ค. 2556 ดีเอสไอจะสรุปการตรวจสอบประเด็นแรก คือ ความผิดเกี่ยวกับการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง ส่วนกรณีอื่น ๆ เช่น ความไม่เหมาะสมของการดำเนินการในโครงการทำให้เสียงบประมาณไปโดยไม่คุ้มค่า การบริหารสัญญาที่ล่าช้าจนเป็นเหตุให้เสียหาย และกรณีการร้องเรียนให้ตรวจสอบเครื่องตรวจวัดน้ำตาล ได้จ่ายสำนวนให้นายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและปราบปรามการทุจริต รับไปดำเนินการ
 


กลับขึ้นด้านบน