ธรรมนูญฟีฟ่ากับการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอล

ธรรมนูญฟีฟ่ากับการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอล

ธรรมนูญฟีฟ่ากับการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอล

รูปข่าว : ธรรมนูญฟีฟ่ากับการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอล

ธรรมนูญฟีฟ่ากับการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอล ฟีฟ่ายืนยันชัดเจนสมาคมฟุตบอลต้องใช้ธรรมนูญฟีฟ่าในการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลปีนี้ เพราะหลังจากที่ฟีฟ่าส่งเจ้าหน้าที่ไปเขียนธรรมนูญเลือกตั้งของสมาคมฟุตบอลฉบับใหม่ให้อิงกับธรรมนูญของฟีฟ่า ซึ่งใช้เวลาในการปรับร่างธรรมนูญสมาคมฟุตบอลเกือบ 3 ปี เห็นจุดอ่อนที่จะนำมาซึ่งการผูกขาดอำนาจ และไม่เป็นประชาธิปไตยในการเลือกตั้ง

ธรรมนูญเลือกตั้งสมาคมฟุตบอลแบบเก่าให้สิทธิ์สโมสรสมาชิกในการเลือกนายกสมาคมฟุตบอล โดยเฉพาะที่ฟีฟ่าจับตาคือทีมสโมสรในถ้วย ข ค ง ซึ่งหากรวมกันจะมีกว่า 100 เสียง ที่สามารถเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลได้จะกลายเป็นเสียงส่วนใหญ่ และอาจจะมีความไม่ชอบมาพากลได้ เพราะสโมสรเหล่านี้ไม่ถือเป็นอาชีพ เนื่องจากในปัจจุบันฟีฟ่าให้ความสำคัญกับสโมสรที่ประกอบธุรกิจฟุตบอล จึงกำหนดให้สโมสรที่มีส่วนได้ส่วนเสียมีสิทธิ์เลือกผู้บริหาร โดยเฉพาะในลีกสูงสุดที่ลงทุนอย่างต่ำ 30 ล้านบาท มีลักษณะการเป็นอาชีพตามข้อกำหนดของฟีฟ่า AFC ที่ต้องมีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล มีสำนักงาน คณะบริหารที่ชัดเจน จึงจะมีสิทธิ์เลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอล ส่วนสโมสรสมัครเล่นไม่ได้ถูกตัดสิทธิ์ แต่จะไปรับรองในเรื่องอื่นๆ ของสมาคมฟุตบอลแทน

หากสมาคมฟุตบอลนำธรรมนูญเก่าเข้ามาเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอล ทีมสโมสรอาชีพที่ปัจจุบันแข่งขันกันอยู่จะไม่มีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลถึง 73 ทีม ทีมจากโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก 6 ทีม ที่ไม่มีสิทธิ์เลือก เช่น ชัยนาท ราชบุรีมิตรผล ศรีสะเกษ (อีสาน) สมุทรสงคราม เชียงราย และสงขลา ทีมเหล่านี้มาจากโปรวิลเชี่ยนลีกไม่ได้เป็นสโมสรสมาชิกของสมาคมฟุตบอล

ส่วนในยามาฮ่าลีกวันจะมีทั้งหมด 9 ทีม อย่าง ศรีราชา สระบุรี ภูเก็ต กระบี่ อยุธยา ตราด เป็นต้น และทีมจากเอไอเอสลีกภูมิภาค อีก 58 ทีม ด้วยเหตุผลเดียวกันคือมาจาก โปรวิลเชี่ยนลีกเดิม แต่สิ่งที่ฟีฟ่าเน้น และเห็นว่าเป็นการปกครองที่เผด็จการทางสภาของฟุตบอล ธรรมนูญเลือกตั้งเก่าของไทย สโมสรสมาชิกเลือกตั้งนายกสมาคมเพียงคนเดียว และหลังจากนั้นนายกสมาคมสามารถแต่งตั้งคนของตัวเองเข้ามานั่งในสภากรรมการสมาคมฟุตบอลอีก 18 คน

อำนาจจะไปตกอยู่ที่นายกสมาคมเพียงคนเดียวเพราะไม่ว่าจะโหวตรับรอง แก้ไขอะไร ที่ต้องใช้มติของสภาในการบริหารงานมีความเป็นไปได้สูงที่นายกสมาคมจะสามารถชี้นำเสียงของสภาได้ เพราะเป็นคนของตัวเอง นอกจากนี้ สภากรรมการทั้ง 18 คน รวมกับนายกสมาคมอีก 1 เป็น 19 คน ทั้งหมดนี้จะมีสิทธิ์เลือกนายกสมาคมในสมัยต่อไปได้อีก นั่นเท่ากับว่านายกสมาคมฟุตบอลจะมีเสียงอยู่ในมือถึง 19 เสียงที่จะทำให้ได้เปรียบคู่แข่ง

ขณะที่ธรรมนูญใหม่ของฟีฟ่า ต้องการให้การปกครองของสมาคมที่เป็นสมาชิกฟีฟ่า มีธรรมาภิบาล ประชาธิปไตย เป็นหลักสากล โดยกำหนดไว้ชัดเจนว่าการเลือกตั้งผู้บริหารต้องมีทุกตำแหน่ง เริ่มจากเลือกนายกสมาคม อุปนายกสมาคมอีก 5 ตำแหน่ง และเลือกสภากรรมการอีก 13 คน เข้ามานั่งบริหาร ไม่ใช่เป็นการแต่งตั้งจากนายกสมาคมฟุตบอลเพียงคนเดียว เหมือนที่ผ่านมา


กลับขึ้นด้านบน