ความสัมพันธ์ "ไต้หวัน-ฟิลิปปินส์" เริ่มตึงเครียดมากขึ้น

ความสัมพันธ์ "ไต้หวัน-ฟิลิปปินส์" เริ่มตึงเครียดมากขึ้น

ความสัมพันธ์ "ไต้หวัน-ฟิลิปปินส์" เริ่มตึงเครียดมากขึ้น

รูปข่าว : ความสัมพันธ์ "ไต้หวัน-ฟิลิปปินส์" เริ่มตึงเครียดมากขึ้น

ความสัมพันธ์ รัฐบาลฟิลิปปินส์เริ่มการสืบสวนสอบสวนกรณียามฝั่งฟิลิปปินส์ยิงชาวประมงไต้หวันเสียชีวิต ซึ่งเป็นชนวนความตึงเครียดของทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมทั้งแสดงท่าทีไม่กดดันเกี่ยวกับการซ้อมรบของทหารไต้หวัน บริเวณน่านน้ำพิพาท ขณะที่ความสัมพันธ์ระดับประชาชนของทั้ง 2 ประเทศเริ่มมีแนวโน้มที่ตึงเครียดมากขึ้นเช่นกัน

อดีตตำรวจฟิลิปปินส์เผาธงไต้หวันเพื่อเป็นการประท้วง หลังจากที่เริ่มมีการรายงานข่าวการปฏิบัติไม่ดีต่อแรงงานฟิลิปปินส์ในไต้หวัน ซึ่งมีสาเหตุจากความบาดหมางของทั้ง 2 ฝ่าย จากการที่ยามฝั่งฟิลิปปินส์ยิงชาวประมงไต้หวันเสียชีวิต เมื่อสัปดาห์ก่อน การเผาธงไต้หวันของผู้ประท้วงฟิลิปปินส์เกิดขึ้นหลังจากเมื่อเช้านี้ ชาวเมืองหลิวชิว ซึ่งเป็นบ้านของชาวประมงไต้หวันซึ่งถูกยามฝั่งฟิลิปปินส์ยิงเสียชีวิตเดินขบวนประท้วงไปตามท้องถนน และเผาธงชาติฟิลิปปินส์

ความไม่พอใจชาวฟิลิปปินส์ในไต้หวันเพิ่มสูงขึ้นทุกที โดยมีรายงานตำรวจจับกุมชายวัย 36 ปีคนหนึ่ง ที่ส่งจดหมายขู่ไปยังสำนักงานผู้แทนของฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่นในไต้หวัน ขับไล่ให้กลับประเทศ ขณะที่ศูนย์ฝึกตีเบสบอลในกรุงไทเปใช้ภาพเรือของฟิลิปปินส์เป็นเป้าลูกบอล โดยอ้างว่าจะช่วยบรรเทาความโกรธเคืองที่มีต่อเหตุยิงชาวประมงเสียชีวิต ขณะที่แรงงานฟิลิปปินส์ บอกว่าตอนนี้พวกเขาตกเป็นเป้าทำร้าย

ด้านโฆษกประธานาธิบดีฟิลิปินส์ แถลงว่า ขณะนี้รัฐมนตรียุติธรรมยังไม่ได้ให้กรอบระยะเวลาการสืบสวนสอบสวน แต่ยืนยันว่าสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางของฟิลิปปินส์ จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับคดีนี้ และได้รับมอบปืนทุกกระบอกบนเรือยามฝั่งลำที่ก่อเหตุแล้ว พร้อมได้รับวิดีโอจากพยานที่อยู่รอบบริเวณเกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม

ส่วนการคว่ำบาตรของไต้หวันด้วยการระงับจ้างแรงงานฟิลิปปินส์ โฆษกประธานาธิบดีฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานแรงงานกำลังสำรวจตลาดแรงงานทางเลือก ที่จะสามารถรองรับแรงงานนอกประเทศที่ต้องการเดินทางกลับ หรือต้องการลาออกจากที่ทำงานในไต้หวัน ส่วนเรื่องการซ้อมรบของกองทัพไต้หวันบริเวณน่านน้ำพิพาทนั้น โฆษกประธานาธิบดีระบุว่า ไม่มีปัญหา ตราบเท่าที่ไต้หวันจัดการซ้อมรบในเขตแดนทางทะเลของตัวเอง

จนถึงตอนนี้ยังไม่มีท่าทีที่ทั้ง 2 ฝ่าย จะปรับความเข้าใจระหว่างกันได้ ซึ่งหลังจากที่ฝ่ายไต้หวันปฏิเสธการเข้าพบของผู้อำนวยการสภาวัฒนธรรมและการค้าของฟิลิปปินส์ ที่เป็นหน่วยงานดูแลความสัมพันธ์ฟิลิปปินส์ไต้หวัน ซึ่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ส่งไปเป็นผู้แทนเพื่อขอโทษต่อรัฐบาลไต้หวันแล้ว

ล่าสุด ทางการฟิลิปินส์ก็ปฏิเสธไม่ให้ทีมสืบสวนสอบสวนของไต้หวัน ที่เดินทางมาถึงฟิลิปปินส์ตั้งแต่เมื่อวานนี้ เข้าร่วมในการสืบสวนสอบสวนในคดียิงชาวประมงไต้หวันเช่นกัน โดยอ้างว่าไม่ได้รับการประสานก่อนการเดินทางมา และไม่ได้รับหนังสือแจ้งขอเข้าร่วมการสืบสวนอย่างเป็นทางการ

ความสัมพันธ์ที่ตึงเครียด และย่ำแย่ลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อคนงานฟิลิปปินส์ที่กำลังจะเดินทางไปทำงานที่ไต้หวัน แต่ปรากฏว่าไม่สามารถไปทำงานได้ เพราะไต้หวันสั่งระงับการจ้างงานชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งคนงานกลุ่มนี้ ร้องขอรัฐบาลให้ช่วยแก้ไขปัญหา เพราะตอนนี้คนงานกำลังได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

แม้ฟิลิปปินส์จะมีพัฒนาการทางเศรษฐกิจที่ในระยะหลัง แต่อัตราการว่างงานยังสูง และประชาชนร้อยละ 10 ของประเทศ ต้องออกไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งเฉพาะไต้หวันแห่งเดียว มีคนงานฟิลิปปินส์มากถึง 85,000 คน


กลับขึ้นด้านบน