"ปลอดประสพ-นิวัฒน์ธำรง" ยันโครงการน้ำ 350,000 ล้านบาทสำคัญต่อประเทศ

"ปลอดประสพ-นิวัฒน์ธำรง" ยันโครงการน้ำ 350,000 ล้านบาทสำคัญต่อประเทศ

"ปลอดประสพ-นิวัฒน์ธำรง" ยันโครงการน้ำ 350,000 ล้านบาทสำคัญต่อประเทศ

รูปข่าว : "ปลอดประสพ-นิวัฒน์ธำรง" ยันโครงการน้ำ 350,000 ล้านบาทสำคัญต่อประเทศ

เป็นที่น่าสังเกตว่าในรายการยิ่งลักษณ์พบประชาชนเช้าวันนี้ จากจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี และนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่ได้กล่าวถึงข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช. เพียงแต่เน้นย้ำการบริหารจัดการน้ำภายใต้งบประมาณ 350,000 ล้านบาทเป็นเรื่องสำคัญต่อประเทศ

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี และนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้ แจงในรายการยิ่งลักษณ์พบประชาชนเช้าวันนี้ (18 พ.ค.) ถึงเหตุผลที่จัดการประชุมที่จังหวัดเชียงใหม่ว่า เพราะเป็นต้นน้ำแม่ปิง แม่น้ำสายสำคัญของแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว ในวันที่ 19 พฤษภาคมจะมีการประชุม และแสดงวิสัยทัศน์ด้านการบริหารจัดการน้ำของไทย รวมทั้ง 12 ทฤษฎีการบริหารจัดการน้ำของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และวันที่ 20 พฤษภาคม จะประชุม คณะรัฐมนตรีไทย-ลาว ซึ่งต้องจัดระบบรักษาความปลอดภัย ดังนั้น จะปิดสถานที่งดให้ประชาชนเข้าชมงานเป็นเวลา 2 วัน

รัฐมนตรีทั้ง 2 คน ยังพูดถึงแนวทางบริหารจัดการน้ำของไทย เน้นการป้องกัน เตรียมพร้อม รับมือ และเยียวยา ซึ่งนายกรัฐมนตรีสั่งให้มีการจัดทำคลังข้อมูลแบบรวมศูนย์ เพื่อการปฏิบัติของแต่ละหน่วยงานจะอยู่บนฐานข้อมูลชุดเดียวกัน ส่วนโครงการบริหารจัดการน้ำภายใต้งบประมาณ 350,000 ล้านบาท จะเป็นไปภายใต้การมีส่วนร่วมกับภาคประชาชน การประชาพิจารณ์ การจัดทำผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ จะดำเนินการหลังจากได้ผู้ประมูลงานชัดเจนแล้ว

เมื่อวานนี้ (17 พ.ค.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. แถลงถึงการเตรียมนำเสนอเอกสารข้อสังเกตและวิธีการป้องการทุจริตในโครงการบริหารจัดการน้ำ 350,000 ล้านบาทของรัฐบาลให้คณะรัฐมนตรี และคณะกรรมบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย หรือ กบอ. หลังพบว่าโครงการดังกล่าวมีช่องโหว่ที่อาจเกิดการทุจริต และใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า รวมถึงอาจขัด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และเพื่อความโปร่งใส ยังเสนอให้เครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่นมีส่วนร่วมในการตรวจสอบทุกขั้นตอน และให้คณะรัฐมนตรีกำหนดบุคคลที่จะต้องรับผิดชอบ หากเกิดความเสียหายต่อประเทศ


กลับขึ้นด้านบน