ผู้ว่าฯนครศรี สั่งสอบเหตุพระธาตุชำรุด-หลายฝ่ายกังวลการบูรณะอาจทุจริต

ผู้ว่าฯนครศรี สั่งสอบเหตุพระธาตุชำรุด-หลายฝ่ายกังวลการบูรณะอาจทุจริต

ผู้ว่าฯนครศรี สั่งสอบเหตุพระธาตุชำรุด-หลายฝ่ายกังวลการบูรณะอาจทุจริต

รูปข่าว : ผู้ว่าฯนครศรี สั่งสอบเหตุพระธาตุชำรุด-หลายฝ่ายกังวลการบูรณะอาจทุจริต

ผู้ว่าฯนครศรี สั่งสอบเหตุพระธาตุชำรุด-หลายฝ่ายกังวลการบูรณะอาจทุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช สั่งตรวจสอบร่องรอยการชำรุดของกลีบบัวคว่ำ บัวหงาย และปลียอดทองคำ องค์พระบรมธาตุเจดีย์ หลังพบว่า มีคราบสนิม และทองคำเปลี่ยนสีเป็นสีดำ พร้อมตั้งคณะกรรมการ 5 ฝ่าย ดูแลพระบรมธาตุเจดีย์

จากกรณี การพบร่องรอยการชำรุดของกลีบบัวคว่ำ บัวหงาย และปลียอดทองคำ องค์พระบรมธาตุเจดีย์ นครศรีธรรมราช ซึ่งมีคราบสนิมและทองคำเปลี่ยนเป็นสีดำ ทำให้หลายฝ่ายเกิดข้อกังขาว่า เป็นทองคำแท้ หรือมีการทุจริตในการบูรณะหรือไม่

 
ล่าสุดนายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ลงนามว่าจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัด เมธาวีรวมช่าง ติดตั้งนั่งร้าน รอบองค์พระบรมธาตุเจดีย์ เพื่อให้ช่างสิบหมู่ของกรมศิลปากรขึ้นไปตรวจสอบ ซึ่งเชื่อว่า จะสามารถติดตั้งนั่งร้านได้ภายใน 30 วัน หลังวันวิสาขบูชา โดยจะมีโยธาธิการ และผังเมือง เป็นผู้ดูแล และให้ช่างสิบหมู่จากกรมศิลปากรขึ้นไปตรวจสอบ ก่อนนำข้อมูลทั้งหมดมารายงานให้กรมศิลปากรรับทราบ เพื่อตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาการซ่อมแซมหรือบูรณะต่อไป
 
ส่วนการรักษาความปลอดภัยพระบรมธาตุเจดีย์ ทางจังหวัดได้แต่งตั้งคณะกรรมการ 5 ฝ่าย ทั้งจากตำรวจ ทหาร กรมศิลปากร วัฒนธรรมจังหวัด วัดพระมหาธาตุนครศรีธรรมราช เพื่อดูแลแล้ว
 
ทั้งนี้ การซ่อมแซมฐานกลีบบัวคว่ำบัวหงายทองคำ เกิดขึ้นเมื่อปี 2530 โดยกรมศิลปากรนำลงมาจากองค์พระบรมธาตุเจดีย์ เพราะแผ่นกลีบบัวทองคำชำรุด ทองคำเดิมมีเปอร์เซ็นต์ต่ำ และมีทองแดงผสมจำนวนมาก
 
กรมศิลปากรจึงนำทองทั้งหมดเข้าหลอมใหม่ แต่ปริมาณทองไม่เพียงพอสำหรับทำกลีบบัว รัฐบาลและประชาชนจึงบริจาคทองจำนวน 23 กิโลกรัม นำไปหลอมทำกลีบบัวคว่ำบัวหงายทองคำ จำนวน 60 กลีบ ตามจำนวนเดิม ก่อนที่กรมศิลปากรจะนำขึ้นติดตั้งเดือนตุลาคมปีเดียวกัน 


กลับขึ้นด้านบน