จับตา คำสั่งปลด"ผอ.องค์การเภสัชกรรม" เชื่อมโยงใบสั่งการเมือง

จับตา คำสั่งปลด"ผอ.องค์การเภสัชกรรม" เชื่อมโยงใบสั่งการเมือง

จับตา คำสั่งปลด"ผอ.องค์การเภสัชกรรม" เชื่อมโยงใบสั่งการเมือง

รูปข่าว : จับตา คำสั่งปลด"ผอ.องค์การเภสัชกรรม" เชื่อมโยงใบสั่งการเมือง

จับตา คำสั่งปลด คำสั่งปลด นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ที่กลายเป็นกระแสซึ่งถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากหลายภาคส่วน เนื่องจากถูกตั้งข้อสังเกตว่า มติของบอร์ดองค์การเภสัชกรรมครั้งนี้ อาจเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับใบสั่งทางการเมือง รวมไปถึงความพยายามในการแปรรูปองค์การเภสัชกรรม

แม้ นพ.วิทิต อรรถเวชกุล อดีตผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม จะยืนยันว่า ไม่รู้ถึงที่มาของความบกพร่องต่อหน้าที่ จนนำไปสู่การพิจารณาของคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม หรือ บอร์ดองค์การเภสัชกรรม ที่ระบุให้ออกจากตำแหน่ง พร้อมตั้งรองผู้อำนวยการขึ้นมารักษาราชการแทน แต่ก็ยอมรับว่า มีสัญญาณเรื่องการปลดออกจากตำแหน่งตั้งแต่ปลายปี 2555 แต่ยิ่งปรากฎชัดขึ้นในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา
 
ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ นายแพทย์วิทิต ระบุว่า จะยังทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการลงนามจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในคำสั่งปลดจากตำแหน่ง ซึ่งในส่วนนี้จะรอความชัดเจนเกี่ยวกับเหตุผลของบอร์ด ก่อนจะตัดสินใจดำเนินการในทางใดทางหนึ่ง
 
เบื้องต้น ได้นัดหารือกับทนายความในวันที่ 22 พฤษภาคม เพื่อพิจารณาข้อกล่าวหาต่างๆ ประกอบกับข้อเท็จจริง หากพบว่า ไม่ตรงกับความเป็นจริง ก็จะใช้แนวทางทางกฎหมายในการปกป้องศักดิ์ศรีเกียรติยศของตัวเองและวงศ์ตระกูล
 
ส่วนกรณีที่ นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน อดีตประธานบอร์ดองค์การเภสัชกรรม ออกมาให้ความเห็นถึงกรณีนี้ มีคำชี้แจงจาก นายแพทย์พิพัฒน์ ยิ่งเสรี ประธานบอร์ดองค์การเภสัชกรรม ระบุว่า เมื่อพิจารณาคำให้สัมภาษณ์ของ นายแพทย์วิชัยบางส่วนแล้ว เห็นว่าจำเป็นต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง โดยเฉพาะใน 2 ประเด็นหลัก คือ กรณีที่ระบุว่า การที่บอร์ดมีมติให้ยุติสัญญาจ้าง นายแพทย์วิทิต เป็นการกระทำที่ตั้งใจและสนองการเมือง เพราะมีการเลื่อนการประชุมจากวันที่ 23 พ.ค. มาเป็นวันที่ 17 พ.ค.
 
ข้อเท็จจริง คือ การเลื่อนประชุมให้เร็วขึ้นเนื่องจาก คณะกรรมการหลายท่านรวมถึงตนเองติดภารกิจต่อเนื่องในช่วง 1-2 สัปดาห์ จึงเลื่อนการประชุมให้เร็วขึ้น ไม่เกี่ยวกับการเลื่อนเพื่อให้ทันกับการที่ นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุช จะนำเรื่องนี้เสนอเข้าคณะรัฐมนตรีได้ทันทีหลังกลับจากการประชุมในต่างประเทศแต่อย่างใด
 
ส่วนประเด็นที่ 2 กรณีที่นายแพทย์วิชัย ระบุว่า มีการข่มขู่ นพ.วิทิต ว่าหากไม่สามารถส่งคืนวัตถุดิบยาพาราเซตามอลได้จะหลุดจากตำแหน่งนั้น ความจริง คือ ตามระเบียบหากวัตถุดิบที่สั่งซื้อมาไม่สามารถใช้ผลิตได้ก็ต้องส่งคืน และในฐานะที่ นพ.วิทิต เป็นผู้บริหารองค์การก็จำเป็นต้องรับผิดชอบในการเจรจาส่งคืนวัตถุดิบ
 
นพ.พิพัฒน์ยังยืนยันด้วยว่า เข้ามาทำงานโดยไม่ได้สนองนักการเมือง ทำตามระบบและมีเหตุและผลชัดเจน ซึ่งหาก นพ.วิทิตเห็นว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือถูกกลั่นแกล้ง จะดำเนินการอย่างไรก็เป็นสิทธิ์อันชอบทำที่ นพ.วิทิตจะดำเนินการได้ แต่ที่ผ่านมาบอร์ดได้ให้เวลาในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว และในการมีมติยุติสัญญาจ้างก็เป็นการดำเนินการอย่างมีดุลยพินิจจากบอร์ด


กลับขึ้นด้านบน