กฟผ.เร่งหาสาเหตุ "ไฟดับ" อย่างละเอียด ชี้ภาคใต้ไม่มีไฟสำรอง

กฟผ.เร่งหาสาเหตุ "ไฟดับ" อย่างละเอียด ชี้ภาคใต้ไม่มีไฟสำรอง

กฟผ.เร่งหาสาเหตุ "ไฟดับ" อย่างละเอียด ชี้ภาคใต้ไม่มีไฟสำรอง

รูปข่าว : กฟผ.เร่งหาสาเหตุ "ไฟดับ" อย่างละเอียด ชี้ภาคใต้ไม่มีไฟสำรอง

กฟผ.เร่งหาสาเหตุ หลังเกิดเหตุไฟฟ้าดับในพื้นที่ภาคใต้รวม 14 จังหวัด มีคำชี้แจงจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ถึงสาเหตุไฟฟ้าดับครั้งนี้ โดยระบุว่า เกี่ยวข้องกับสายส่งไฟฟ้าขนาดใหญ่ในจ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นสายส่งไฟฟ้าต่อเนื่องมายังพื้นที่ภาคใต้ได้รับความเสียหาย จนไม่สามารถส่งกำลังไฟฟ้าได้เพียงพอต่อการใช้งาน และหลังความพยายามเกือบ 4 ชั่วโมง ก็สามารถจ่ายไฟฟ้าให้ประชาชนได้แล้วตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญเข้าทำการแก้ไข ซ่อมแซมสายส่งไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่เกิดชำรุด ในสถานีไฟฟ้าแรงสูงบางสะพาน ต.ชัยเกษม อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา แม้จะเริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ได้ตั้งแต่เวลาประมาณ 21.00 น. เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังเกิดปัญหาไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างตั้งแต่เวลา 18.52 น.เมื่อวานนี้  (21พ.ค.56) 

 
สำหรับพื้นที่ที่มีการซ่อมแซมสายส่งไฟฟ้าดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้ปิดพื้นที่ไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าออกบริเวณดังกล่าว พร้อมส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแลซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน โดยเบื้องต้นมีรายงานว่า จุดที่เกิดชำรุดคือสายส่งไฟฟ้าที่จุดเชื่อมจอมบึง-บางสะพาน ซึ่งเป็นสายส่งหลักที่ส่งไฟฟ้าจากภาคกลางไปสู่พื้นที่ภาคใต้

    

 
ด้านนายสุธน บุญประสงค์ ผู้ช่วยผู้ว่าการปฏิบัติการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ระบุว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดไฟฟ้าดับ โดยเบื้องต้น พบว่า เกิดเหตุขัดข้องกับสายส่งไฟฟ้าขนาด 500 เควี ทำให้เกิดความไม่สมดุลของระบบไฟฟ้า ซึ่งยังต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่าเกิดจากสาเหตุใด สำหรับการแก้ไขเบื้องต้น ได้พยายามแก้ไขเพื่อให้สามารถจ่ายไฟฟ้าให้กับประชาชนได้ก่อนเป็นอันดับแรก
 
นอกจากนี้ ยังระบุถึงการตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุที่ไฟฟ้าดับเกิดจากความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ กรณีนี้ นายสุทน ระบุว่า จากตัวเลขความต้องการไฟฟ้าสูงสุดในพื้นที่ภาคใต้ ยังต่ำกว่าที่มีการคาดการณ์ จึงไม่น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกรณีไฟฟ้าดับครั้งนี้ แต่ยอมรับว่า ในระยะยาวพื้นที่ภาคใต้ จะต้องมีกำลังการผลิตไฟฟ้าในพื้นที่เพิ่มเติม เพื่อป้องกันปัญหาไฟฟ้าไม่เพียงพอต่อการใช้งานในอนาคต
 
จากข้อมูลที่ไทยพีบีเอสเคยนำเสนอเมื่อครั้งเกิดปัญหาไฟฟ้าดับในพื้นที่ เกาะสมุย และเกาะพะงัน ช่วงปลายปี 2555 พบว่า ภาคใต้ของไทย เป็นภูมิภาคเดียวที่ไม่มีไฟฟ้าสำรอง เพราะในพื้นที่ ผลิตไฟฟ้าได้น้อยกว่าความต้องการใช้ สวนทางกับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภาคใต้

    

 
โดยปัจจุบัน ภาคใต้ผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าและเขื่อน 6 แห่ง รวมกำลังผลิตทั้งหมดเพียง 2,100 เมกะวัตต์ แต่บางช่วงเวลากลับมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดกว่า 2,300 เมกะวัตต์ โดยที่ผ่านมา ได้มีการแก้ปัญหาไฟฟ้าไม่เพียงพอ ด้วยการส่งไฟฟ้าเพิ่มเติมจากโรงไฟฟ้าในภาคกลาง เช่น โรงไฟฟ้าราชบุรี โรงไฟฟ้าไตรเอเนอยี่ และจากประเทศมาเลเซีย เพื่อไม่ให้ภาคใต้เกิดไฟฟ้าดับ
 
ส่วนแผนในระยะยาวที่จะเดินหน้าตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย หรือ พีดีพี 2010 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3 และแผนการไฟฟ้าฝ่ายผลิต จะต้องมีการขยายกำลังผลิตไฟฟ้า จาก 3 โรงไฟฟ้าหลักในภาคใต้ ได้แก่ โรงไฟฟ้าขนอม จ.นครศรีธรรมราชจาก 748 เมกะวัตต์ เพิ่มอีก 900 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าจะนะ จ.สงขลา 731 เมกะวัตต์ เพิ่มอีก 800 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้ากระบี่ 340 เมกะวัตต์ เพิ่มอีก 800 เมกะวัตต์ เพื่อให้พื้นที่ภาคใต้มีสำรองไฟฟ้าอย่างน้อยร้อยละ 15 ของความต้องการไฟฟ้า เช่นเดียวกับภูมิภาคอื่นและรองรับการขยายตัวอนาคต
 


แท็ก

กลับขึ้นด้านบน