ผู้ป่วย-เเพทย์ รพช.เตรียมชุมนุมหน้าบ้านนายกฯ

ผู้ป่วย-เเพทย์ รพช.เตรียมชุมนุมหน้าบ้านนายกฯ

ผู้ป่วย-เเพทย์ รพช.เตรียมชุมนุมหน้าบ้านนายกฯ

รูปข่าว : ผู้ป่วย-เเพทย์ รพช.เตรียมชุมนุมหน้าบ้านนายกฯ

ผู้ป่วย-เเพทย์ รพช.เตรียมชุมนุมหน้าบ้านนายกฯ ปัญหาที่เกิดจากการเปลี่ยนเเปลงนโยบายหลายๆ ด้านในกระทรวงสาธารณสุข ที่ทำให้เเพทย์ชนบทส่วนหนึ่งมองว่าในระยะยาวอาจส่งผลต่อระบบบริการทางด้านสาธารณสุข ผู้ป่วยเข้าถึงบริการยากขึ้น ล่าสุด เครือข่ายผู้ป่วยโรคไตออกมาสนับสนุนเเนวคิดนี้ เเละพร้อมที่จะเคลื่อนไหวร่วมกับชมรมเเพทย์ชนบท เตรียมจัดชุมนุมครั้งใหญ่ที่หน้าบ้านนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 6 มิถุนายน เพื่อขอให้รัฐบาลช่วยเเก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

สุนทร เเละ อุไร ศรีษะเกศ 2 สามีภรรยาที่ป่วยเป็นโรคไตวายทั้งคู่ เล่าถึงความลำบากที่ต้องเข้าออกสถานพยาบาลเป็นประจำ อุไร ผู้เป็นภรรยา ต้องคอยเปลี่ยนถ่ายของเสียในร่างกาย ด้วยการสอดน้ำยาล้างหน้าท้องด้วยตัวเองวันละ 4 ครั้ง ขณะที่ สุนทร ผู้เป็นสามี จำเป็นต้องเข้ารักษาตัวที่คลินิคด้วยวิธีการฟอกเลือดสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง เเต่โชคดีที่มีบัตรทอง 30 บาท จึงยังพอช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายบางส่วนได้บ้าง เเต่ด้วยระบบบริการสาธารณสุขที่มีการเปลี่ยนนโยบายในหลายๆ ด้าน ทั้ง 2 คนจึงกังวลจะได้รับผลกระทบ

ธนพลธ์ ดอกเเก้ว รองประธานชมรมเพื่อนโรคไตเเห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเปลี่ยนเเปลงนโยบายหลายด้านในกระทรวงสาธารณสุข เป็นสิ่งที่เครือข่ายผู้ป่วยโรคไตกังวลไม่น้อย โดยเฉพาะการเปลี่ยนจากเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย มาเป็นการจ่ายค่าตอบเเทนตามภาระงาน หรือ P4P ของบุคลากรทางการเเพทย์ รวมถึงการเปลี่ยนเเปลงผู้อำนวยองค์การเภสัชกรรม อาจทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงระบบบริการสาธารณสุขได้ยากขึ้น

ปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้เครือข่ายผู้ป่วยโรคไตทั่วประเทศ เตรียมเคลื่อนไหวร่วมกับบุคลากรทางการเเพทย์โรงพยาบาลชุมชนทั่วประเทศ เพื่อคัดค้านไม่เห็นด้วยกับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข โดยจะเดินทางไปปักหลักชุมนุมที่บ้านนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้รัฐบาลรับฟังปัญหา รวมถึงพิจารณาถอดถอนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกจากตำเเหน่ง ในวันที่ 6 มิถุนายนนี้

การชุมนุมที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 6 มิถุนายนนี้ คาดว่าจะมีบุคลากรทางการเเพทย์เเละผู้ป่วยกว่า 1,000 คนเข้าร่วม ขณะที่โรงพยาบาลชุมชนหลายเเห่งทั่วประเทศ ประกาศพร้อมจัดทีมเเพทย์ เเละรถพยาบาลส่งต่อผู้ป่วยหนักเข้ามารักษาที่กรุงเทพฯ ด้วยการตั้งโรงพยาบาลสนามให้บริการประชาชนโดยรอบซอยโยธินพัฒนา 3 เเละหน้าทางเข้าบ้านนายกรัฐมนตรี โดยยืนยันจะปักหลักชุมนุมต่อเนื่องอย่างไม่มีกำหนด จนกว่าจะได้รับข้อตกลงที่น่าพอใจจากรัฐบาล


กลับขึ้นด้านบน