เตรียมเสนอ อ.บัวใหญ่ เป็นจังหวัดที่ 78

เตรียมเสนอ อ.บัวใหญ่ เป็นจังหวัดที่ 78

เตรียมเสนอ อ.บัวใหญ่ เป็นจังหวัดที่ 78

รูปข่าว : เตรียมเสนอ อ.บัวใหญ่ เป็นจังหวัดที่ 78

เตรียมเสนอ อ.บัวใหญ่ เป็นจังหวัดที่ 78 เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย สำหรับความพยายามผลักดันให้เกิดการแยกตัวของ 8 อำเภอออกจากจังหวัดนครราชสีมา เพื่อจัดตั้งอำเภอบัวใหญ่เป็นจังหวัดที่ 78 ของประเทศไทย เนื่องจากความคิดเห็นที่แตกต่างของคนในพื้นที่ จนผู้ว่าราชการจังหวัดต้องเปิดให้มีการทำประชาคมแสดงความคิดเห็นเพื่อรวบรวมเสนอต่อคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการหรือ ก.พ.ร. พิจารณาก่อนจะเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาการจัดตั้งจังหวัดบัวใหญ่อีกครั้ง

กลุ่มผู้สนับสนุนการจัดตั้งจังหวัดบัวใหญ่ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ร่วมลงนามในเวทีแสดงความคิดเห็นการจัดตั้งจังหวัดบัวใหญ่ ซึ่งจัดพร้อมกันอีก 7 อำเภอ ที่จะควบรวมเป็นจังหวัดบัวใหญ่ คือ อำเภอบัวลาย, สีดา, โนนแดง, ประทาย, แก้งสนามนาง, บ้านเหลื่อม และอำเภอคง เพื่อรวบรวมความคิดเห็นเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ ก.พ.ร. นำไปประกอบการพิจารณา
 
การเดินทางไปติดต่อราชการจาก 7 อำเภอเข้าสู่ตัวเมืองบัวใหญ่ ที่ใกล้กว่าตัวเมืองนครราชสีมากว่า 100 กิโลเมตร เป็นเหตุผลหลักที่ผู้สนุบสนุนใช้ผลักดันให้เกิดการจัดตั้งอำเภอบัวใหญ่เป็นจังหวัดรวมทั้งเหตุผลอื่นๆ ไม่ว่าจะจำนวนประชากรที่มีกว่า 370,000 คน บนเนื้อที่ประมาณ 2,800 ตารางกิโลเมตร การคมนาคมที่จะมีโครงการรถไฟรางคู่ในอนาคต การสาธารณสุข ที่จะมีโรงพยาบาลขนาดใหญ่ 128 เตียง และมีความพร้อมด้านสถานที่ตั้งศาลากลาง
 
อย่างไรก็ตาม การแยกตัวเป็นจังหวัดของอำเภอบัวใหญ่อยู่ในขั้นตอนการศึกษารายละเอียดด้านภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ศักยภาพ และความพร้อมด้านต่างๆ เพื่อนำไปประกอบกับเสียงของประชาชนทุกภาคส่วน 
     
การเคลื่อนไหวจัดตั้งอำเภอบัวใหญ่เป็นจังหวัด เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2498 สมัยจอมพล ป.พิบูลย์สงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี มีมติคณะรัฐมนตรีให้ยกฐานะอำเภอบัวใหญ่ เป็นจังหวัดปทุมทอง โดยรวมเอาอำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ เข้าไปร่วม แต่เรื่องหยุดชะงักเมื่อรัฐบาลของจอมพล ป.พิบูลย์สงคราม ถูกรัฐประหารในปี 2500

ปี 2555 ได้มีการล่ารายชื่อผู้สนับสนุนกว่า 20,000 รายชื่อ เสนอร่างพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบัวใหญ่ พ.ศ. 2537 ต่อประธานรัฐสภา แต่อยู่ระหว่างการส่งเรื่องให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนาม ซึ่งจะต้องผ่านความเห็นชอบจากกระทรวงมหาดไทย และสำนักงบประมาณแผ่นดิน


กลับขึ้นด้านบน