รมว.มหาดไทย -ผบช.น. มุ่งประเด็นเหตุระเบิด ซ.รามคำแหง 43/1 ขัดแย้งด้านการค้าในพื้นที่

รมว.มหาดไทย -ผบช.น. มุ่งประเด็นเหตุระเบิด ซ.รามคำแหง 43/1 ขัดแย้งด้านการค้าในพื้นที่

รมว.มหาดไทย -ผบช.น. มุ่งประเด็นเหตุระเบิด ซ.รามคำแหง 43/1 ขัดแย้งด้านการค้าในพื้นที่

รูปข่าว : รมว.มหาดไทย -ผบช.น. มุ่งประเด็นเหตุระเบิด ซ.รามคำแหง 43/1 ขัดแย้งด้านการค้าในพื้นที่

รมว.มหาดไทย -ผบช.น. มุ่งประเด็นเหตุระเบิด ซ.รามคำแหง 43/1 ขัดแย้งด้านการค้าในพื้นที่ ตำรวจเร่งสืบสวนคดีระเบิดหน้าปากซอยรามคำแหง 43/1 โดยให้น้ำหนักไปความการขัดแย้งด้านการค้าในพื้นที่ พร้อมเดินหน้าตรวจสอบความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับคดี ขณะเดียวกันตำรวจมีภารกิจในการเฝ้าระวังเหตุในพื้นที่กรุงเทพมหานครอีกหลายจุดในระยะ 1-2 สัปดาห์นี้ คาดว่าจะมีความเคลื่อนไหวชุมนุมของหลายกลุ่ม

หลังเกิดเหตุระเบิดที่ซอยรามคำแหง 43/1 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล มีคำสั่งให้ตำรวจเฝ้าระวังดูแลพื้นที่เป้าหมายในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมจัดกำลังสายตรวจ 191 ดูแลสถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ เช่น ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา ศาลรัฐธรรมนูญ บ้านเอกอัครราชทูต และบ้านนายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ มีคำสั่งให้เฝ้าระวังสถานการณ์การชุมนุมโดยทั่วไป ซึ่งพบว่า ในระยะนี้จะมีการชุมนุมที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ 3 กลุ่ม ได้แก่ การชุมนุมของกลุ่มพลังธรรมาธิปไตยที่บริเวณสนามหลวง การนัดหมายชุมุนุมของกลุ่มแพทย์ชนบท หน้าบ้านนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 6 มิ.ย.2556  และกลุ่มชุมนุมต่างๆ ที่อาจนัดรวมตัวกันในช่วงที่มีการประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 29 พ.ค.- 31 พ.ค.2556

เบื้องต้นกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ไว้คอยติดตามสถานการณ์การชุมนุมอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ได้ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอกำลังจากโรงเรียนนักเรียนนายสิบตำรวจมา เป็นกำลังเสริมกองร้อยควบคุมฝูงชน เพื่อเตรียมรับสถานการณ์การชุมนุมในช่วงนี้ด้วย

สำหรับการเคลื่อนไหวชุมนุมของกลุ่มต่างๆ  ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า การชุมนุมเพื่อคัดค้านการทำงานของรัฐบาล มีนักธุรกิจใหญ่ 3 รายให้การสนับสนุน โดยเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธนาคาร  ธุรกิจด้านอาหารและธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ส่วนความคืบหน้า กรณีการสืบสวนเหตุระเบิดที่ซอยรามคำแหง 43/1 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้บัญชาการตำรวจนครบาล  เผยว่า ได้่ให้น้ำหนักไปที่ความขัดแย้งด้านการค้าในพื้นที่ แม้ผู้ค้าจะยืนยันว่าตั้งแต่ตั้งแผงค้าในบริเวณดังกล่าวไม่เคยเกิดปัญหาใดๆ

ด้านตำรวจ เผยว่า พุ่งเป้าไปที่ประเด็นทางการค้า แต่ไม่ทิ้งประเด็นที่เชื่อมโยงกับการสร้างสถานการณ์ รวมถึงความเชื่อมโยงที่อาจเกี่ยวข้องกับการเมือง เบื้องต้นได้สั่งการให้มีการตรวจสอบร้านเครื่องจำหน่ายยุทธภัณฑ์ต่างๆ เช่น ร้านดอกไม้ไฟ ร้านขายดินดำ และร้านที่มีอุปกรณ์ต่างๆ ที่สามารถนำไปประกอบระเบิดได้  ขณะเดียวกันมีการเข้าตรวจค้นพื้นที่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ รวมถึงตรวจสอบป้องปรามเหตุอาชญากรรมทั้งในท้องที่ สน.หัวหมาก และ สน.วังทองหลาง ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุระเบิด

ส่วนการตรวจสอบวิเคราะห์ระเบิด พบว่าระเบิดแสวงเครื่องที่ใช้ในการก่อเหตุครั้งนี้ อาจเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับผู้ที่มีความรู้ในการประกอบระเบิด เพราะไม่ใช่ลักษณะที่คนทั่วไปทำขึ้นได้เอง ขณะที่การตรวจสอบกล้องวงจรปิดยังไม่มีหลักฐานเพิ่มเติม ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิด ทั้ง 7 คน เหลือเพียง 3 คน ที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล และอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว
 


กลับขึ้นด้านบน