ประธาน กนง. ชี้ การลดดอกเบี้ยนโยบายไม่ส่งผลต่อค่าเงินบาทและตลาดหุ้นไทย

ประธาน กนง. ชี้ การลดดอกเบี้ยนโยบายไม่ส่งผลต่อค่าเงินบาทและตลาดหุ้นไทย

ประธาน กนง. ชี้ การลดดอกเบี้ยนโยบายไม่ส่งผลต่อค่าเงินบาทและตลาดหุ้นไทย

รูปข่าว : ประธาน กนง. ชี้ การลดดอกเบี้ยนโยบายไม่ส่งผลต่อค่าเงินบาทและตลาดหุ้นไทย

ประธาน กนง. ชี้ การลดดอกเบี้ยนโยบายไม่ส่งผลต่อค่าเงินบาทและตลาดหุ้นไทย วันนี้เงินบาทอ่อนค่าอยู่ในระดับ 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 แม้ส่วนหนึ่งจะมีปัจจัยจากการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวานนี้ แต่นักวิเคราะห์และผู้ส่งออกเห็นตรงกันว่า เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าได้อีก เนื่องจากมีโอกาสที่เงินทุนยังคงไหลเข้า กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องทำงานใกล้ชิดกันมากขึ้น

เช้าวันนี้เงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 30.20 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 เปิดตลาดเช้านี้ลดลงจากเมื่อวานนี้อีกกว่า 10 จุด เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 1586 จุด

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เห็นว่า การลดดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวานนี้ลงร้อยละ 0.25 เหลือร้อยละ 2.50 ไม่ได้มีผลต่อค่าเงินบาทและตลาดหุ้นของไทย

ปัจจัยหลักที่ทำให้เงินบาทอ่อนค่า มาจากดอลลาร์สหรัฐฯที่แข็งค่าขึ้น ส่วนตลาดหุ้นไทยที่ปรับลง เป็นไปตามตลาดหุ้นต่างประเทศ เนื่องจากนักลงทุนยังกังวลต่อมาตการผ่อนคลายกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯที่ยังไม่ชัดเจน

นายไพบูลย์มองว่า หากไม่มีปัจจัยกดดันเศรษฐกิจไทย ก็ไม่มีความจำเป็นที่ กนง. จะต้องปรับลดดอกเบี้ยลงอีก แต่มองว่ายังมีแนวโน้มที่เงินทุนจะไหลเข้าได้อีก จากส่วนต่างดอกเบี้ยของไทยที่ยังสูงกว่าประเทศอื่นๆ ซึ่งจะกดดันเงินบาทได้อีก

สอดคล้องกับนายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เห็นว่า การลดดอกเบี้ยของ กนง. มีผลในเชิงจิตวิทยาเท่านั้น ไม่ได้มีผลต่อค่าเงินบาท ซึ่งขณะนี้เงินบาทอ่อนค่าตามค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ต้องการให้กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยทำงานใกล้ชิดกันมากขึ้น เพื่อควบคุมการไหลเข้าของเงินทุนที่ยังมีแนวโน้มที่ไหลเข้าอีก

ทั้งนี้นักวิเคราะห์และภาคเอกชน เห็นตรงกันว่า เศรษฐกิจในระยะต่อไปต้องติดตามเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวขึ้นหรือไม่ ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย แต่เบื้องต้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีน มีทิศทางฟื้นตัว

ขณะที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลังรายงานภาวะเศรษฐกิจเดือนเมษายน 2556 ว่าชะลอตัวต่อเนื่องในส่วนของภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสที่ 2


กลับขึ้นด้านบน