เปิดกฎเหล็ก "อะคาเดมี บุรีรัมย์"

เปิดกฎเหล็ก "อะคาเดมี บุรีรัมย์"

เปิดกฎเหล็ก "อะคาเดมี บุรีรัมย์"

รูปข่าว : เปิดกฎเหล็ก "อะคาเดมี บุรีรัมย์"

เปิดกฎเหล็ก ทีมชั้นนำในไทยพรีเมียร์ลีกต่างให้ความสำคัญในการสร้างอะคาเดมีปั้นนักเตะของตัวเอง เอสซีจีเมืองทอง เน้นรูปแบบตามอย่างฟุตบอลสเปนโดยเน้นทีมแอตเลติโกมาดริด ส่วนชลบุรีสามารถเขียนหลักสูตรขึ้นมาเองโดยไม่เหมือนใคร แต่สิ่งที่ทุกทีมให้ความสำคัญคือวิทยาศาตร์การกีฬาและโภชนาการ เช่นเดียวกับอะคาเดมีของสโมสรบุรีรัมย์ที่ยึดถือเป็นกฎเหล็กก็คือระเบียบวินัย ที่นักเตะทุกคนห้ามฝ่าฝืน

นักเตะในอะคาเดมี่ของสโมสรบุรีรัมย์จะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมงในแคมป์ฝึกซ้อมในจังหวัดบุรีรัมย์ซึ่งมีเนื้อที่กว่า 70 ไร่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน เช่น อุปกรณ์สร้างกล้ามเนื้อ อ่างจากุชชี่สำหรับให้นักเตะได้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ สระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนส ห้องพัก สนามฝึกซ้อม แต่นักเตะทุกคนต้องปฏิบัติตัวในอะคาเดมี่อย่างเคร่งครัด

ในตอนเช้าจะมีรถรับส่งไปโรงเรียนจากนั้นกลับมาฝึกซ้อม และเข้านอนพร้อมกันในเวลา 22.00 น.โดยอาคารนอนมีระบบตัดไฟอัตโนมัติสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด ยกเว้นเครื่องปรับอากาศ ส่วนระบบโทรศัพท์ และ อินเทอร์เน็ต จะมีการควบคุมเวลาเช่นกัน คือ หลังจาก 22.00 น. ทุกอย่างจะถูกตัดแบบอัตโนมัติ

โภชนาการและอาหารของนักเตะในอะคาเดมี่ จะมีนักโภชนาการดูแลใกล้ชิด ผักต้มคือเมนูหลักทุกมื้อ ขณะที่นมและผักจะถูกแช่อยู่ในตู้เย็นของโรงอาหาร สามารถรับประทานได้ตลอดเวลา อาหารทุกมื้อนักโภชนาการจะเป็นผู้กำหนด

ขณะที่อาหารกลางวันที่โรงเรียนนั้นก็ต้องรับประทานเฉพาะที่เจ้าหน้าที่ของสโมสรบุรีรัมย์นำไปส่งให้เท่านั้นแต่ภายในใน 1 สัปดาห์เมนูอาหารจะไม่ซ้ำจนทำให้นักเตะรู้สึกเบื่อ

อะคาเดมี่บุรีรัมย์ก่อตั้งมา 4 ปี แต่จากระเบียบวินัยที่เคร่งครัด การฝึกซ้อมอย่างหนักตามโปรแกรมที่โค้ชได้วางเอาไว้ ทำให้นักเตะเยาวชนจากอะคาเดมี่แห่งนี้กวาดแชมป์ทุกรายการที่ลงเล่นเมื่อปีที่แล้ว (55)

นักเตะที่เป็นผลผลิตจากอะคาเดมี่บุรีรัมย์หลายคนมีโอกาสได้ก้าวไปเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติไทยทั้งทีมชาติชุดใหญ่ เยาวชน และฟุตบอลนักเรียน หนึ่งในนี้มี ยศพล เทียงดาร์ ที่ติดทีมชาติชุดใหญ่ ศิริศักดิ์ ไฝดง ติดทีมชาตินักเรียนชุด 19 ปี ชิติพันธ์ แทนกลาง ติดทีมชาติชุด 19 ปี และ ปิยะพงษ์ หอมขจร


กลับขึ้นด้านบน