นิด้าโพล จิ้ม“จุดอ่อน”รัฐบาล ชี้บริหารนโยบายผิดพลาด ห่วงทุจริตงบฯจัดการน้ำ-กู้เงิน

นิด้าโพล จิ้ม“จุดอ่อน”รัฐบาล ชี้บริหารนโยบายผิดพลาด ห่วงทุจริตงบฯจัดการน้ำ-กู้เงิน

นิด้าโพล จิ้ม“จุดอ่อน”รัฐบาล ชี้บริหารนโยบายผิดพลาด ห่วงทุจริตงบฯจัดการน้ำ-กู้เงิน

รูปข่าว : นิด้าโพล จิ้ม“จุดอ่อน”รัฐบาล ชี้บริหารนโยบายผิดพลาด ห่วงทุจริตงบฯจัดการน้ำ-กู้เงิน

นิด้าโพล จิ้ม“จุดอ่อน”รัฐบาล ชี้บริหารนโยบายผิดพลาด ห่วงทุจริตงบฯจัดการน้ำ-กู้เงิน

 สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้าโพล) เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “จุดแข็งและจุดอ่อนของรัฐบาลยิ่งลักษณ์” สำรวจ31 พฤษภาคม – 3 มิถุนายน 2556 จากประชาชนทั่วประเทศ อายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,259 หน่วยตัวอย่าง กระจายทุกระดับการศึกษาและอาชีพ เกี่ยวกับจุดแข็งและจุดอ่อนของรัฐบาลยิ่งลักษณ์  และสาเหตุที่จะทำให้รัฐบาลล่ม ระบุว่า “จุดแข็ง” ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบว่า คนส่วนใหญ่ ร้อยละ 15.95 ระบุว่า เป็นความสามารถในการแก้ไขปัญหายาเสพติด รองลงมา ร้อยละ 14.05 เป็นเสียงสนับสนุนข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ร้อยละ 12.97 เป็นนโยบายประชานิยมที่ประชาชนให้ความชื่นชอบ ร้อยละ 11.68 เป็นความสามารถในการบริหารนโยบายเศรษฐกิจ และร้อยละ 6.05 มีทีมงานที่เก่ง มากด้วยประสบการณ์ และความสามารถ ขณะที่ประชาชน ร้อยละ 16.76 ระบุว่า ไม่มีจุดแข็งใดๆ เลย 

สำหรับ “จุดอ่อน” ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 24.92 เป็นการบริหารงานนโยบายด้านเศรษฐกิจที่ผิดพลาด เช่น การกู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาท, โครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท, นโยบายประชานิยมต่างๆ รองลงมา ร้อยละ 13.97 เป็นความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาการทุจริต คอร์รัปชั่น ร้อยละ 11.94 เป็นความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร้อยละ 7.20 การไม่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนในการดำเนินการโครงการขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจค) ร้อยละ 6.96 การก้าวข้ามไม่พ้น พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ร้อยละ 6.25 เป็นความพยายามในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ทางการเมือง และร้อยละ 5.87 ความพยายามในการเสนอ พรบ. ปรองดอง และ พรบ. นิรโทษกรรมเพื่อนำทักษิณกลับมา
ส่วนสาเหตุสำคัญที่สุดที่น่าจะทำให้รัฐบาลล้มลงและไม่สามารถอยู่ครบวาระ 4 ปี พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 20.81 ระบุว่า รัฐบาลขาดความน่าเชื่อถือจากประชาชน รองลงมา ร้อยละ 13.74 เป็นความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล เช่น กลุ่มเสื้อสีต่างๆ  ร้อยละ 10.48 เกิดจากเศรษฐกิจของประเทศล่ม ร้อยละ 8.10 เป็นความแตกแยกในกลุ่มพรรคเพื่อไทยและกลุ่ม นปช. ร้อยละ 6.99 ความสามารถของฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรที่เหนือกว่ารัฐบาล ร้อยละ 5.80 เป็นความพยายามในการเสนอ พ.ร.บ.ปรองดอง และ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ร้อยละ 3.49 เป็นความพยายามในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และร้อยละ 3.65 ระบุว่า อื่นๆ เช่น การบริหารงานที่ผิดพลาดในเรื่องต่างๆ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง การทุจริตคอรัปชั่น เกิดการปฏิวัติหรือรัฐประหาร  ขณะที่ร้อยละ 11.83 ระบุว่าไม่มีอะไรที่จะทำให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ล้มได้และจะอยู่ครบวาระ 4 ปี 
รองศาสตราจารย์ พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อาจารย์ประจำคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า คนส่วนใหญ่เห็นว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์มีจุดอ่อนหลักสำคัญที่สุดสามเรื่องคือ 1) การบริหารงานนโยบายด้านเศรษฐกิจที่ผิดพลาด  2) ความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาการทุจริต คอร์รัปชั่น และ 3) ความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 


กลับขึ้นด้านบน