อัยการสหรัฐฯ ตั้งข้อหา 6 คนไทยสมรู้ร่วมคิดค้าอาวุธ

อัยการสหรัฐฯ ตั้งข้อหา 6 คนไทยสมรู้ร่วมคิดค้าอาวุธ

อัยการสหรัฐฯ ตั้งข้อหา 6 คนไทยสมรู้ร่วมคิดค้าอาวุธ

รูปข่าว : อัยการสหรัฐฯ ตั้งข้อหา 6 คนไทยสมรู้ร่วมคิดค้าอาวุธ

อัยการสหรัฐฯ ตั้งข้อหา 6 คนไทยสมรู้ร่วมคิดค้าอาวุธ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งตรวจสอบเส้นทางค้าอาวุธเถื่อน หลังตำรวจสหรัฐอเมริกา จับกุม 6 คนไทย โดยระบุว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้าอาวุธระหว่างไทย-สหรัฐฯ ขณะที่กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า อัยการสหรัฐฯ ตั้งข้อหาลักลอบส่งออกชิ้นส่วนอาวุธอย่างผิดกฎหมาย และสมรู้ร่วมคิดค้าอาวุธ

นายจักรกฤษ์ สีวลี รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวความคืบหน้า กรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐอเมริกาได้จับกุม 6 คนไทย ที่ได้ร่วมขบวนการค้าอาวุธข้ามชาติ ซึ่งกระจายตัวในแต่ละรัฐ หลังพบหลักฐานส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์มาขายยังประเทศไทยกว่า 240 ครั้ง ในช่วงระยะเวลา 3 ปี

โดยขณะนี้อัยการสหรัฐฯ ได้ตั้งข้อหาในเบื้องต้นให้กับคนไทยกลุ่มดังกล่าวว่า ลักลอบส่งออกชิ้นส่วนอาวุธยังไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยได้มีการแจ้งรายการที่เป็นเท็จ แต่ไม่พบว่าส่งออกอาวุธไปยังพื้นที่ใด สำหรับฝ่ายไทย สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอลเจอลิส ได้ให้ความร่วมมือกับทางสหรัฐฯ อย่างเต็มที่ พร้อมประสานกับกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ เพื่อให้ข้อมูลอย่างใกล้ชิด

นอกจากข้อหาดังกล่าว ยังมีรายงานด้วยว่า สถานกงสุญใหญ่ได้รายงานว่า ได้มีการตั้งข้อหาว่า สมรู้ร่วมร่วมคิดที่ละเมิดกฎหมายสหรัฐฯ ว่าด้วยการควบคุมการส่งออกอาวุธ และอยู่ในขั้นตอนสืบสวนสอบสวน

ส่วนกรณีของ นายนริศ เลขะกุล 1 ใน 6 ผู้ที่ถูกจับกุมตัว ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในปี 2543 รองอธิบดีกรมสารนิเทศ ระบุว่า ผู้ที่ถูกจับกุมทุกคน จะต้องถูกตรวจสอบความเป็นมา และในการดำเนินคดีทางกฎหมายของสหรัฐฯ ก็ไม่มีการเลือกปฎิบัติ โดยศาลจะเป็นผู้พิจารณาคดี ตราบใดที่กระบวนการทางกฎหมายยังไม่สิ้นสุด ทุกคนยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่

ด้าน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และศูนย์สืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับอาวุธปืน ตรวจในกรณีนี้ โดยจะตรวจสอบว่า กลุ่มดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มแก๊งใดในประเทศไทยบ้าง หรือมีเส้นทางการค้าไปในส่วนใด เบื้องต้น ขณะนี้ตำรวจไทย ยังไม่ได้รับการประสานจากตำรวจสหรัฐฯ จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.มโนช ตันตระเธียร ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ ไปตรวจสอบรายละเอียดแล้ว


กลับขึ้นด้านบน