พม่าเปิดตัว "แผนแม่บทการท่องเที่ยว" 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

พม่าเปิดตัว "แผนแม่บทการท่องเที่ยว" 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

พม่าเปิดตัว "แผนแม่บทการท่องเที่ยว" 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

รูปข่าว : พม่าเปิดตัว "แผนแม่บทการท่องเที่ยว" 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

พม่าเปิดตัว รัฐบาลพม่า ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) และรัฐบาลนอร์เวย์ ร่วมกันเปิดตัวแผนแม่บทด้านการท่องเที่ยว (Tourism Master Plan) ประกอบไปด้วย 38 โครงการเพื่อการพัฒนา มูลค่าเกือบครึ่งพันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งจะช่วยพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน ปกป้องสิ่งแวดล้อมในพื้นที่สาคัญ และปกป้องรักษาชุมชนชาติพันธุ์ต่างๆ (ethic communities)

 นาย U Htay Aung รัฐมนตรีด้านการโรงแรมและการท่องเที่ยวของพม่า กล่าวที่เนปิดอวร์ พม่าว่า แผนพัฒนาดังกล่าวได้วางโครงสร้างแนวทางเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่พม่า โดยไม่คุกคามแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม หรือเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ

 
หากพม่ายังคงดาเนินการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมต่อไป คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มจานวนขึ้นเป็น 7.5 ล้านคนในปี พ.ศ. 2563 คิดเป็น 7 เท่าของจานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปัจจุบัน และมีรายได้จากการท่องเที่ยวมากถึง 10.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ นอกจากนี้ ภายใต้สมมติฐานดังกล่าว ภาคการท่องเที่ยวจะสามารถทาให้เกิดการจ้างงานมากถึง 1.4 ล้านอัตราภายใน พ.ศ. 2563
 
นอกจากนี้ นาย Stephen Groff รองประธานเอดีบีได้กล่าวว่า การท่องเที่ยวจะเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจพม่า และยังมีศักยภาพที่จะสร้างโอกาสด้านการจ้างงานสาหรับประชาชนพม่า ซึ่งรวมถึงในชุมชนที่ยากจนด้วย ในการนี้ แผนดังกล่าวเป็นแผนระยะยาวที่มีจุดเริ่มต้นที่แข็งแกร่งเพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นส่วนช่วยให้เกิดการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างเท่าเทียมในพม่า
 
แผนแม่บทฉบับดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลนอร์เวย์ ให้คาแนะนาในการสร้างบุคลากรที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว โดยเสริมสร้างการศึกษาและระบบการฝึกอบรมด้านการท่องเที่ยว ด้วยเงินสนับสนุนจานวน 44.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อฝึกอบรมแรงงานด้านการท่องเที่ยว
นาย Katja Nordgaard เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจาพม่ากล่าวว่า แผนแม่บทด้านการท่องเที่ยวของพม่าจะเป็นเครื่องมือสาคัญของรัฐบาลพม่าในการพัฒนาภาคการท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างยั่งยืน โดยการดาเนินการของแผนดังกล่าวจะต้องมีรัฐบาลที่เป็นผู้นาที่แข็งแกร่ง ตลอดจนความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น
 
โครงการต่างๆ จะเน้นไปที่การขยายจานวนการเดินทางเข้ามาสู่เมืองมัณฑะเลย์และเนปิดอว์ทางอากาศ การปรับปรุงสะพานเทียบเรือของแม่น้าบาแกนเพื่อรองรับเรือท่องเที่ยวให้มากขึ้น รวมถึงการสร้างถนนในพื้นที่การท่องเที่ยว เช่น ชายหาด Ngapali หรือทะเลสาบ Inle
 
นอกจากนี้ จะมีการทบทวนกฎหมายว่าด้วยการท่องเที่ยวของพม่าปี พ.ศ. 2536 เพื่อให้ทันสมัยและเป็นไปในทางเดียวกับ
พิธีการการออกใบอนุญาตโรงแรม ร้านอาหาร บริษัททัวร์ และไกด์นาเที่ยว รวมถึงการปรับแก้ในส่วนที่เกี่ยวกับกากับดูแลด้านแรงงาน และการจัดตั้งบริษัททัวร์ขาออกสาหรับชาวพม่า ในขณะเดียวกัน แผนแม่บทยังแนะนาให้มีการจัดตั้ง Tourism Executive Coordination Board เพื่อเป็นศูนย์กลางการประสานงานระหว่างกระทรวง หน่วยงาน และสมาคมที่เกี่ยวข้อง
 
แผนแม่บทดังกล่าวได้วางโครงสร้างความจาเป็นในการจัดตั้งหน่วยตารวจท่องเที่ยว ไม่เพียงเพื่อปกป้องดูแลนักท่องเที่ยว แต่เพื่อป้องกันการค้าเด็กและการท่องเที่ยวเพื่อประเวณี โดยควรมีมาตรการริเริ่ม แนะนาให้แก่ชุมชนชาติพันธุ์ต่างๆ มีชุมชนตัวอย่างของโครงการเพื่อเตรียมตัวสาหรับการรับมือในกรณีที่มีนักท่องเที่ยวจานวนมากเข้ามา และต้องสามารถควบคุมดูแลนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในพื้นที่ของตนได้
 
ในปีที่แล้ว นักท่องเที่ยวจานวนเกือบครึ่งล้านคนเดินทางเข้ามายังพม่าทางอากาศ โดยส่วนใหญ่มาจากประเทศไทย จีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเกาหลี ในขณะที่ นักท่องเที่ยวจากฝรั่งเศส มาเลเซีย สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร และเยอรมนีคิดเป็นประมาณ ร้อยละ 4-5 นอกจากนี้ยังมีนักท่องเที่ยวอีก 465,614 คนที่ข้ามมาเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับผ่านทางชายแดนประเทศไทย
 
เอดีบีซึ่งมีสานักงานตั้งอยู่ ณ กรุงมะนิลา เป็นองค์กรช่วยลดปัญหาความยากจนในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแบบองค์รวม การเติบโตแบบยั่งยืนที่คานึงถึงสิ่งแวดล้อม และการบูรณาการทางภูมิภาค เอดีบีก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2509 และมีสมาชิกทั้งหมด 67 ประเทศ โดย 48 ประเทศ มาจากประเทศในภูมิภาค ในปี 2555 เอดีบีให้ความช่วยเหลือทั้งสิ้น 21.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงการให้กู้ร่วม (cofinancing) จานวน 8.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
 


กลับขึ้นด้านบน