"ทูตพาณิชย์" เมืองเบียร์ เผยฝนร้อยปีถล่มยุโรป กระทบเศรษฐกิจระยะสั้น

"ทูตพาณิชย์" เมืองเบียร์ เผยฝนร้อยปีถล่มยุโรป กระทบเศรษฐกิจระยะสั้น

"ทูตพาณิชย์" เมืองเบียร์ เผยฝนร้อยปีถล่มยุโรป กระทบเศรษฐกิจระยะสั้น

รูปข่าว : "ทูตพาณิชย์" เมืองเบียร์ เผยฝนร้อยปีถล่มยุโรป กระทบเศรษฐกิจระยะสั้น

กรมส่งเสริมการค้าฯเผยส่งออกไทยไปอียูขยายตัวเฉียด 7% ไทยควรเร่งขยายความร่วมมือใช้โอกาส“เออีซี”ดึงดูดนักลงทุน

 นางดวงกลม เจียมบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ(สคร.)ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน รายงานสถานการณ์ฝนตกหนักในรอบร้อยปีในตอนกลางของยุโรป ทำให้เกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่ว่า ยุโรปกลาง ประกอบด้วย สาธารณรัฐเช็ก เยอรมนี ฮังการี ออสเตรีย ยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะรัฐภาคตะวันออก และทางใต้ของเยอรมัน ซึ่งเป็นแหล่ง เศรษฐกิจ และท่องเที่ยวสำคัญ โดยเฉพาะเมืองซวิกเคา ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตรถยนต์โฟล์คสวาเก้น (Volkswagen) บริษัท Krones AG บริษัทผลิตเทคโนโลยีการบรรจุของในอุตสาหกรรม ต้องหยุดการผลิต เนื่องจากพนักงานเดินทางฝ่าน้ำท่วมมาไม่ได้ 

 
นางดวงกมล กล่าวว่า  นายกรัฐมนตรีเยอรมันออกเดินทางไปเยี่ยมประชาชนที่ประสบอุทกภัยครั้งนี้ รัฐบาลเยอรมันออก แถลงการเตรียมงบประมาณ จำนวน 100 ล้านยูโร เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วม ทั้งนี้พรรคฝ่ายซ้ายได้เสนอให้มีการระงับการจ่ายหนี้ เพื่อนำเงินมาช่วยเหลือประชาชนภาวะน้ำท่วมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของหลายประเทศ ในช่วงเศรษฐกิจถดถอย ขณะนี้หน่วยงานทางเศรษฐกิจของเยอรมันออกมาวิเคราะห์ว่า อาจก่อให้เกิดความเสียหายถึง พันล้านยูโร อย่างไรก็ตามเป็นที่คาดกันว่าภาวะน้ำท่วมนี้ จะเป็นสถานการณ์ช่วงสั้นๆ ซึ่งหากฝนหยุดตกสถานการณ์ก็จะคลี่คลายลง โดยเฉพาะเรื่องของการขนส่ง และการก่อสร้างที่ชะงักปัจจุบันกองทุน IMF ได้ประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเยอรมันไว้ 0.3% จากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ 0.6% และพยากรณ์ว่าประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ของยุโรป โดยเฉพาะเยอรมันจะ ฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2556 เนื่องจากการบริโภคภายในมีแนวโน้มขยายตัวดี 
 
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ(สค.) กล่าวว่า การส่งออกไทยไปสหภาพยุโรป(อียู)ในช่วง 4 เดือนแรก(ม.ค.-เม.ย.) ปี 2556 มีการขยายตัว 6.8% หรือ มีมูลค่า 6,575 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ท่ามกลางสถานการณ์และภาวะเศรษฐกิจที่ทรงตัว แต่เยอรมนียังคงเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและฟื้นตัวจากสภาวะเร็วและดีที่สุดของอียู เนื่องจากรัฐบาลเยอรมันดำเนินนโยบายสำคัญ คือการลดการว่างงาน และการสร้างงานในกลุ่มเยาวชนหนุ่มสาว รวมถึงการผลักดันการส่งออกสินค้าหลัก โดยเฉพาะยานยนต์และเครื่องจักรกล ซึ่งนำรายได้เข้าประเทศเป็นอันดับ 1 เชื่อว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมนี้ หากเป็นเหตุการณ์สั้นๆ ก็จะไม่กระทบเศรษฐกิจมากนัก และไม่กระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่วางไว้
“เยอรมันได้ขยายการลงทุนไปประเทศต่างๆ เพิ่มขึ้นมาก เช่น สหรัฐ จีน บราซิล อินเดียและไทย เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในตลาดสินค้ายานยนต์และตลาดสินค้าเครื่องบินและชิ้นส่วนประกอบต่างๆ โดยสินค้าส่งออกสำคัญของเยอรมนีในปัจจุบันและในอนาคต ได้แก่ สินค้ายานยนต์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกล  มอเตอร์เครื่องยนต์ และ ผลิตภัณฑ์ยา”นางศรีรัตน์ กล่าว  
 
นางศรีรัตน์ กล่าวว่า แนวโน้มการลงทุนในอนาคตของภาคเศรษฐกิจเยอรมัน โดยเฉพาะภาคธุรกิจขนาดกลาง จะให้ความสำคัญกับการขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศ โดยเป้าหมายหลัก คือ จีน อีนเดีย และประเทศทวีปอเมริกาใต้ ภายใต้แนวคิดเน้นการผลิตเพื่อขายในภูมิภาคที่เข้าไปลงทุน ไม่ใช่เน้นการผลิตเพื่อส่งกลับมาจำหน่ายในเยอรมัน หรือในยุโรป และที่สำคัญต้องเน้นการลงทุนด้านการวิจัยในต่างประเทศควบคู่ไปกับการลงทุน ทั้งนี้โอกาสการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) และไทยจะช่วยให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นที่น่าสนใจแก่นักลงทุนเยอรมันมากขึ้น เนื่องจากเยอรมันเห็นว่า ตลาดที่ยังมีการขยายตัวอยู่มาก หากเออีซี สามารถสร้างจุดเด่นในการเป็นภูมิภาคการลงทุนที่มีแรงงานฝีมือ รวมถึงมีทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพที่พร้อมทำงานด้านการวิจัยก็จะเป็นที่ดึงดูดของนักลงทุนเยอรมันมากขึ้น  การส่งเสริมสินค้าคุณภาพของไทย ควรเน้นเรื่องการประชาสัมพันธ์แบรนด์ประเทศ (Country Brand) เช่น การใช้ตราสัญลักษณ์ไทยแลนด์ ทรัสท์ มาร์ค(Thailand Trusted Mark) เพื่อให้ตราคุณภาพนี้เป็นที่รู้จักในหมู่ลูกค้าในวงกว้างและพัฒนาภาพลักษณ์ พร้อมคุณภาพสินค้าควบคู่กันไป
สำหรับการส่งออกไทยไปเยอรมัน 4 เดือนแรก มีมูลค่า 1,279 ล้านเหรียญสหรัฐฯ(37,907 ล้านบาท) ขยายตัวกว่า 12.5% สินค้าส่งออกสำคัญ คือ อัญมณีและเครื่องประดับ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เป็นต้น การนำเข้า 2,131 ล้านเหรียญสหรัฐฯ(64,121 ล้านบาท)ขยายตัว17.7% สินค้านำเข้า คือ เครื่องจักรและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์
 


กลับขึ้นด้านบน