ประเมิน"ผลดี-เสีย"แนวคิดสร้างรั้วกั้นชายแดนไทย-มาเลเซีย

ประเมิน"ผลดี-เสีย"แนวคิดสร้างรั้วกั้นชายแดนไทย-มาเลเซีย

ประเมิน"ผลดี-เสีย"แนวคิดสร้างรั้วกั้นชายแดนไทย-มาเลเซีย

รูปข่าว : ประเมิน"ผลดี-เสีย"แนวคิดสร้างรั้วกั้นชายแดนไทย-มาเลเซีย

ประเมิน ท่าเรือชั่วคราว บริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย 90 แห่งที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแล ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย ทำให้ผู้บัญชาการทหารบก เสนอให้มีการก่อสร้างรั้วกั้นพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย แต่ชาวบ้านบริเวณชายแดนบางส่วน กลับไม่เห็นด้วย เพราะกลัวว่าจะกระทบต่อการค้า ที่ซบเซาจากสถานการณ์ความรุนแรงอยู่แล้ว รวมทั้งเห็นว่า การก่อสร้างรั้วตลอดแนวชายแดน อาจเป็นการสูญเสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์

เพียงช่วง 2 ฝั่งคลองที่ขวางกั้นไม่ได้ทำให้วิถีชีวิตที่เปรียบเสมือนบ้านพี่เมืองน้องระหว่างคนไทย และมาเลเซีย ที่บริเวณบ้านบูเก๊ะตา อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส เปลี่ยนแปลงไปมากนัก ยิ่งเมื่อมีการสร้างสะพานความร่วมมือไทย-มาเลเซีย ที่เชื่อมระหว่างบ้านบูเก๊ะตา และบ้านบูกิตบุหงา รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ก็ยิ่งทำให้การสัญจรไปมาสะดวกมากขึ้น แต่แนวคิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ที่เสนอให้มีการก่อสร้างรั้วกั้นพื้นที่ตลอดชายแดนไทย-มาเลเซีย เริ่มสร้างความกังวลให้ชาวบ้านบริเวณนี้
                  
กะเม๊ะซง อิยา แม่ค้าขายข้างแกง ริมคลองบ้านบูเก๊ะตา มานานกว่า 5 ปี กล่าวว่า ทุกวันเสาร์จะมีตลาดนัด ซึ่งจะมีคนมาเลเซียเดินทางข้ามฝั่งมาซื้อข้าวของไม่ต่ำกว่า 100 คน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ผ่อนปรนไม่ต้องใช้เอกสารเดินทาง แต่หากมีการสร้างรั้ว หรือเข้มงวดเกินไป ก็จะส่งผลกระทบ ต่อการค้าขายของคนในพื้นที่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบอยู่แล้ว
                  
เช่นเดียวกับ คนขับเรือโดยสารข้ามฟาก ที่ไม่เห็นด้วย เพราะพวกเขาก็ได้รับผลกระทบจากการสร้างสะพานเชื่อมระหว่างไทย มาเลเซียอยู่แล้ว เนื่องจากคนส่วนใหญ่หันไปเดินทางโดยรถยนต์แทน ทำให้เรือโดยสารข้ามฝั่งที่เคยมีกว่า 100 ลำ เหลือไม่ถึง 30 ลำในปัจจุบัน
                
แนวคิดในการสร้างรั้วกั้นแนวชายแดน เป็น 1 ในข้อเสนอของผู้บัญชาการทหารบก ที่เห็นว่า หากมีรั้วที่แสดงเขตพื้นที่ชัดเจน ก็จะสามารถลดจำนวนกำลังพล และงบประมาณ ในการดูแลตามแนวชายแดนได้ ซึ่งรั้วที่ก่อสร้าง ก็ไม่จำเป็นต้องใหญ่โต แค่สามารถแบ่งอาณาเขตได้อย่างชัดเจน ซึ่งในปัจจุบันมีท่าเรือที่ถูกกฎหมาย ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง รวม 7 ท่าเรือ และยังมีอีกกว่า 90 ท่าข้ามเรือ ที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแล จึงเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตามแนวคิดนี้ก็จะต้องหารือกับประเทศเพื่อนบ้านว่าจะเห็นด้วยหรือ ไม่อย่างไร รวมถึงการพิจารณาของรัฐบาลไทยด้วย


กลับขึ้นด้านบน