ตรวจสอบ 8 มาตรการเล่นน้ำสงกรานต์

ตรวจสอบ 8 มาตรการเล่นน้ำสงกรานต์

ตรวจสอบ 8 มาตรการเล่นน้ำสงกรานต์

รูปข่าว : ตรวจสอบ 8 มาตรการเล่นน้ำสงกรานต์

ตรวจสอบ 8 มาตรการเล่นน้ำสงกรานต์ มาตรการ 8 ข้อห้ามเล่นน้ำสงกรานต์ที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 27 มี.ค.2558 อาจจะไม่ใช่ประเด็นใหม่ในการควบคุมการเล่นน้ำให้มีความเหมาะสม รวมทั้งเอาจริงเอาจังกับการห้ามขาย หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่จัดงาน อย่างไรก็ตามยังมีการตั้งคำถามถึงการบังใช้กฎหมายว่าจะสามารถปฏิบัติได้จริงหรือไม่

มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 27 มี.ค.2558 ระบุ 8 แนวทางปฏิบัติในการเล่นน้ำสงกรานต์ ซึ่งมีการห้ามจำหน่าย ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บริเวณที่จัดกิจกรรมด้วย นอกเหนือจากการกำหนดให้แต่งกายสุภาพ ไม่ล่อแหลม, ห้ามเล่นแป้ง น้ำแข็ง โฟม, ห้ามใช้ปืนแรงดันสูง, ห้ามใช้รถบรรทุกน้ำเล่นน้ำ, ไม่แสดงหรือเต้นในลักษณะไม่เหมาะสม, จัดกิจกรรมสอดคล้องประเพณีไทย และกำหนดเวลาเล่นน้ำให้ชัดเจน

นายชูวิทย์ จันทรส เลขานุการเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ ยอมรับว่าการนำประเด็นของเครื่องดื่มแอลกอฮอร์มาเป็นข้อห้ามในปีนี้ ถือเป็นท่าทีที่เอาจริงเอาจังจากภาครัฐและเพื่อให้สอดรับกับการออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี 6 ฉบับก่อนหน้านี้ ซึ่งกำหนดพื้นที่ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างชัดเจน ทั้งบนทางตามกฎหมายจราจรทางบก, หน่วยงานรัฐ, สถานีขนส่ง, ท่าเรือ และสถานีรถไฟ หรือขบวนรถไฟ แต่การบังคับใช้กฎหมายอาจจะยังเป็นปัญหาที่ภาคประชาชนคาดหวังการขับเคลื่อนอย่างจริงจังจากทุกภาคส่วน

นอกจากกรณีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้ว สาระใน 8 แนวทางยังพยายามควบคุมพฤติกรรมให้เหมาะสมกับการเล่นน้ำสงกรานต์ ซึ่ง ดร.ชเนตตี ทินนาม คณะนิเทศศาสตร์ ม.เกษมบัณฑิต ยอมรับว่าเป็นสิ่งที่เน้นย้ำทุกปี แต่วัฒนธรรมที่ปรับเปลี่ยนตามยุคสมัยจึงทำให้การควบคุมไม่เป็นรูปธรรม พร้อมเสนอให้ภาครัฐลดระดับอำนาจสั่งการ โดยเฉพาะบรรยากาศเทศกาลรื่นเริงต่างๆ เพราะอาจกะทบต่อสังคมตามยุคสมัย ซึ่งควรฟังเสียงประชาชนให้มีจุดร่วมเดียวกัน หากทำได้ในทุกเทศกาลอาจเห็นความร่วมมือจากประชาชน รวมทั้งช่วยลดปัจจัยเสี่ยงการสูญเสียจากอุบัติเหตุและอาชญากรรมได้อย่างเป็นรูปธรรมขึ้น

ขณะที่ประชาชนส่วนหนึ่ง ที่เชื่อว่าอาจเป็นเพียงนโยบายที่ดูเหมือนรัดกุม แต่การปฏิบัตินั้นขึ้นอยู่กับพฤติกรรมส่วนบุคคล


กลับขึ้นด้านบน