ปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมคดีความมั่นคง ปัจจัยสำคัญแก้ปัญหาใต้ ตอนที่ 3

ปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมคดีความมั่นคง ปัจจัยสำคัญแก้ปัญหาใต้ ตอนที่ 3

ปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมคดีความมั่นคง ปัจจัยสำคัญแก้ปัญหาใต้ ตอนที่ 3

รูปข่าว : ปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมคดีความมั่นคง ปัจจัยสำคัญแก้ปัญหาใต้ ตอนที่ 3

ปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมคดีความมั่นคง ปัจจัยสำคัญแก้ปัญหาใต้ ตอนที่ 3 หนึ่งในความพยายามปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมของสำนักงานคดีแรงงานภาค 9 คือ โครงการพัฒนาร่างแนวทางปฎิบัติในการดำเนินคดีความมั่นคงฯซึ่งให้ความสำคัญกับการใช้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์

ซึ่งแนวทางนี้จะช่วยแก้ปัญหาการขาดหลักฐานในคดีความมั่นคงที่มักขาดพยานบุคคลเพื่อให้คดีมีน้ำหนักสามารถนำตัวผู้กระทำผิดที่แท้จริงมาลงโทษฟื้นความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ติดตามจากรายงานขวัญเรือน เอมโอษฐ

 
การตรวจดีเอ็นเอ เป็นหนึ่งในกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ที่ถูกนำมาใช้ตรวจหาพยานวัตถุเชื่อมโยงหาผู้ก่อเหตุคดีความมั่นคงพื้นที่ชายแดนใต้ ซึ่งมักขาดพยานบุคคลเพราะไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัย ขณะที่ข้อมูลสำนักงานคดีแรงงานภาค 9 ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2547 -2555 มีสถิติคดีความมั่นคงที่คดีถึงที่สุดเพียง 4 คดี ที่อ้างหรือใช้นิติวิทยาศาสตร์ จากทั้งหมด 31 คดี
 
แต่ก็มีข้อบ่งชี้ว่า หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์แก้ปัญหาเรื่องพยานบุคคลได้ การพัฒนาความรู้ด้านนี้แก่อัยการผ่านโครงการพัฒนาร่างแนวทางปฎิบัติในการดำเนินคดีความมั่นคงฯ จึงเกิดขึ้น เพื่อรวบรวมความรู้และทำคู่มือปฎิบัติงานด้านนิติวิทยาศาสตร์สำหรับอัยการ ใช้เป็นแนวทางทำคดีเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ และคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพผู้บริสุทธิ์
 
การพัฒนาความรู้ด้านนิติวิทยาศาสตร์ในคดีความมั่นคงกับอัยการยังจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำหน้าที่ในชั้นนำสืบพยาน ที่ส่วนหนึ่งต้องอาศัยรายงานจากแพทย์ หรือหน่วยงานพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งเป็นความรู้เฉพาะทาง

    
 

ในมุมของผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ส่วนหนึ่งที่ร่วมทำคู่มือด้านนิติวิทยาศาสตร์ในโครงการนี้ เห็นว่าโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนากระบวนการยุติธรรม แต่ที่ผ่านมายังพบปัญหาเรื่องการจัดเก็บหลักฐานและการครองครองพยานวัตถุนิติวิยาศาสตร์ที่ยังไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการและระบบสากล
 
ผู้เชี่ยวชาญคนนี้ยังระบุ ถึงปัญหาในการใช้นิติวิทยาศาสตร์ของไทยว่า แม้ระบบและห้องปฎิบัติการของไทยหลายแห่งจะได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ แต่ยังขาดการสนับสนุนเรื่องเทคโนโลยีอย่างจริงจัง
 
รวมถึงยังมีปัญหาเรื่องการทำงานซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงานที่จัดเก็บหลักฐานและอีกหลายปัจจัยที่ทำให้พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ถูกทำลาย ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลต่อน้ำหนักและความน่าเชื่อถือในการพิจารณาคดี รวมถึงความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมโดยตรง
 


กลับขึ้นด้านบน