"ปืนใหญ่พญาตานีจำลอง" จุดสนใจแห่งใหม่ของชาวปัตตานี

"ปืนใหญ่พญาตานีจำลอง" จุดสนใจแห่งใหม่ของชาวปัตตานี

"ปืนใหญ่พญาตานีจำลอง" จุดสนใจแห่งใหม่ของชาวปัตตานี

รูปข่าว : "ปืนใหญ่พญาตานีจำลอง" จุดสนใจแห่งใหม่ของชาวปัตตานี

การนำปืนใหญ่พญาตานีจำลอง ซึ่งกรมศิลปกรถอดแบบมาจากของจริง ที่ตั้งอยู่หน้ากระทรวงกลาโหม ไปไว้หน้ามัสยิดกรือเซะ จังหวัดปัตตานี สร้างความยินดีให้กับชาวบ้าน เพราะปืนใหญ่ดังกล่าวถือเป็นสิ่งคู่บ้านคู่เมือง อีกทั้งยังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเข้าชมจำนวนมาก

ปืนใหญ่พญาตานีจำลองที่กรมศิลปกร ถอดแบบมาจากปืนใหญ่พญาตานีของจริง หน้ากระทรวงกลาโหม ไปตั้งไว้หน้ามัสยิดกรือเซะ จังหวัดปัตตานี กลายเป็นจุดดึงดูดชาวบ้านที่ไม่เคยเห็นปืนใหญ่พญาตานีของจริงเข้าชมจำนวนมาก ชาวปัตตานีบอกว่า แม้การต่อสู้ขอปืนพญาตานีคืนจากกระทรวงกลาโหมก่อนหน้านี้ คืนสู่จังหวัดปัตตานีเพราะเป็นปืนคู่บ้านคู่เมืองจะไม่สำเร็จ เมื่อเห็นปืนพญาตานีจำลองที่ถอดแบบเหมือนจริงทุกอย่าง ทำให้ชาวบ้านที่เคยต่อสู้ขอของจริงกลับคืน รู้สึกดีขึ้น  

      
โลหะทองเหลือง หลังถอดแบบปืนใหญ่พญาตานีจากกระบอกจริง หน้าสำนักงานกระทรวงกลาโหม กลายเป็นจุดสนใจให้ชาวจังหวัดปัตตานี ที่ไม่เคยเห็นปืนใหญ่ของจริงมาก่อน เข้าชมกันไม่ขาดสาย หลังกรมศิลปากรนำปืนใหญ่จำลอง ไปตั้งไว้หน้ามัสยิดกรือเซะ ตำบลตันหยงลูโล๊ะ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี แทนปืนใหญ่พญาตานีของจริง ที่ชาวปัตตานีเคยเรียกร้องขอคืนจากกระทรวงกลาโหม นำกลับพื้นที่ เพราะเชื่อว่าเป็นปืนคู่บ้านคู่เมือง ที่ถูกกองทัพต้นกรุงรัตนโกสินทร์นำกลับมหานคร เมื่อครั้งชนะศึกหัวเมืองภาคใต้ เมื่อ 400 ปีก่อน
 
ชาวจังหวัดปัตตานี บอกว่า แม้ปืนใหญ่พญาตานีที่ได้กลับครั้งนี้ เป็นเพียงปืนจำลองขึ้นมา แต่ก็ถอดแบบเหมือนจริงไม่ผิดเพี้ยน ทำให้คนในพื้นที่ซึ่งไม่มีโอกาสเห็นปืนใหญ่ของจริง มาชมอย่างต่อเนื่อง สร้างความรู้สึกดีขึ้นแก่คนในพื้นที่
 
ด้านวัฒนธรรมอำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี มองว่า การต่อสู้ขอปืนใหญ่พญาตานี กลับปัตตานี ตลอด 10 ปี ที่ผ่านมา หลายฝ่ายพยายามเชื่อมโยงข้อเรียกร้องชาวปัตตานีให้เป็นเรื่องความมั่นคง ซึ่งไม่ถูกต้องนัก เพราะการเรียกร้องทำตามกฏหมายรัฐธรรมนูญ ที่ให้ชุมชนสามารถเรียกร้องขอคืนวัตถุโบราณกลับคืนพื้นที่ได้ เพราะปืนใหญ่พญาตานีเป็นปืนคู่บ้านคู่เมือง และ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ หากได้กลับคืนพื้นที่ เยาวชนรุ่นหลังสามารถศึกษาประวัติศาสตร์ง่ายขึ้น
 
ปืนใหญ่พญาตานีหล่อขึ้นพร้อมปืนใหญ่อีก 2 กระบอก คือปืนใหญ่ศรีนัครา และ ปืนใหญ่มหาเลลา ในสมัยพญาอินธิรา ผู้ครองนครปัตตานี เมื่อปี 2159 ถึง ปี 2167 หรือ 400 ปีก่อน ไว้ป้องกันข้าศึก กระทั่งปี 2329 สมเด็จกรมพระราชวังบวรสุรสิงหนาท นำทัพจากกรุงรัตนโกสินทร์ เข้าปราบกบฏหัวเมืองภาคใต้ และ ชนะศึกสงคราม ได้นำปืนใหญ่ทั้ง 3 กระบอก ขึ้นเรือกลับกรุงรัตนโกสินทร์ แต่เรือบรรทุกปืนใหญ่ศรีนัคราและปืนใหญ่มหาเลลา เกิดล่มบริเวณอ่าวปัตตานี ทำให้ปืนทั้งสองกระบอกจมทะเล เหลือเพียงปืนใหญ่พญาตานีกระบอกเดียวนำกลับกรุงรัตนโกสินทร์ได้ ส่วนปืนใหญ่อีก 2 กระบอก ชาวจังหวัดปัตตานี เชื่อว่ายังจมอยู่ที่อ่าวปัตตานีถึงปัจจุบัน 
 


กลับขึ้นด้านบน