"ณัฐวุฒิ"ชี้ตัวเลขงบฯโครงการจำนำข้าวไม่ใช่ความลับ

"ณัฐวุฒิ"ชี้ตัวเลขงบฯโครงการจำนำข้าวไม่ใช่ความลับ

"ณัฐวุฒิ"ชี้ตัวเลขงบฯโครงการจำนำข้าวไม่ใช่ความลับ

รูปข่าว : "ณัฐวุฒิ"ชี้ตัวเลขงบฯโครงการจำนำข้าวไม่ใช่ความลับ

"ณัฐวุฒิ" ชี้ตัวเลขงบฯไม่ใช่ความลับ แต่ยังไม่ถึงเวลาเปิดเผย พร้อมย้ำตัวเลขไม่ใช้ปัจจัยชี้ความสำเร็จ แต่อยู่ที่เงินจะถึงมือชาวนาได้มากเท่าไหร่ คาดได้ข้อสรุป 13 มิ.ย.หลังประชุม กขช.

 วันนี้ ( 10 มิ.ย.) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการที่กระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถชี้แจงการขาดทุนของโครงการรับจำนำข้าวว่า เรื่องตัวเลขที่เป็นงบประมาณที่รัฐบาลนำไปอุดหนุนรายได้ของชาวนาไม่ใช่เรื่องความลับ และรัฐบาลไม่มีเจตนาจะปกปิด แต่กระบวนการทำงานยังไม่ได้ข้อยุติ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะไปตอบรับตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งไม่ได้ เนื่องจากคณะอนุกรรมการปิดบัญชีเมื่อทำงานแล้วจะต้องส่งเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติก่อน และเมื่อเห็นชอบตัวเลขใดแล้วจึงจะได้ผลสรุปที่เป็นการรายงานผลความคืบหน้าการดำเนินโครงการ

 
โดยจะต้องรอว่าการประชุมของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติหรือ กขช.ที่จะประชุมกันในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ หากมีข้อยุติอย่างไร ประชาชนจะได้รับมูลข้อสรุปจะมีความชัดเจนขึ้น พร้อมยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ
 
ส่วนรายงานที่มีการอ้างถึงนั้นมีการลงนามในวันที่ 23 พ.ค. และต้องผ่านที่ประชุม กขช.ก่อน หลังจากนั้นจึงจะมีข้อสรุปออกมา ซึ่งหนังสือรายงานดังกล่าวนั้นมีการตีตราลับ แต่นายกรณ์ จาติกวาณิชย์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กลับมีการโพสต์ลงเฟสบุ๊คลงตัวเลขของรายงานฉบับนั้นในวันเดียวกับที่มีการลงนามของประธานอนุกรรมการ จึงมีความสับสน ซึ่งจะต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ 
 
นายณัฐวุฒิยังยันว่า การจัดเวทีโครงการจำนำข้าวสัญจรนั้นไม่ได้เป็นการซื้อเวลา แต่เป็นการสื่อสารความเข้าใจเพราะโครงการจำนำข้าวไม่ได้มีเพียงเรื่องตัวเลขกำไรขาดทุน แต่มีการโจมตีในหลายแง่มุม จึงต้องมีการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายหลักให้มีความเข้าใจ และมีข้อเท็จจริงที่ตรงกัน และหลังจากที่มีการชี้แจงแล้วปฏิกิริยาที่กลับมาก็เป็นไปในทางบวก และตนก็ทำหน้าที่ชี้แจงตามบทบาทหน้าที่ของตน
 
รมช.พาณิชย์กล่าวอีกว่า ตั้งแต่มีโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลทุกชุด ไม่ว่ารัฐบาลชุดใดก็ตามต่างก็ไม่มีผลกำไรอยู่แล้ว ซึ่งโครงการดังกล่าวก็ไม่มีเป้าหมายเพื่อผลกำไรอยู่แล้ว ดังนั้นคำว่ากำไรหรือขาดทุนจึงไม่ใช่ผลสำเร็จของโครงการ แต่ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการคือเม็ดเงินที่รัฐบาลใช้ไปถึงมือเกษตรกรชาวนาซึ่งเป็นคนระดับล่างมากน้อยเพียงใดและเกิดพัฒนาการทางเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศอย่างไร 
 
ในชั้นนี้เงินกว่า 600,000 ล้านที่โอนตรงจาก ธนาคารการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรหรือ  ธกส.ถึงบัญชีชาวนาก็เห็นผลแล้วว่ารัฐบาลไม่จำเป็นต้องมีเม็ดเงินงบประมาณในการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ ก็ทำให้การบริโภคจากระดับฐานล่างมีการหมุนเวียน มีการสูบฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และมีความแข็งแรงของเศรษฐกิจอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ส่วนตัวเลขว่ามีการนำงบประมาณชดเชยในโครงการเท่าไหร่นั้นก็เป็นเรื่องที่จะต้องอธิบายต่อประชาชนอีกครั้งหนึ่งเมื่อทุกขั้นตอนยุติ
 
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายหลักคือเกษตรกรชาวนาและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการมีการส่งตัวแทนเข้ามาสังเกตการณ์ในโครงการอย่างครบถ้วน และเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนนั้น ตนมีโอกาสสนทนากับตัวแทนชาวนาได้ข้อสรุปตรงกันว่าเกษตรกรชาวนาตัวจริงมีความพึงพอใจกับการเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าว และพร้อมสนับสนุนในการดำเนินโครงการต่อไป 
 
ดังนั้นโครงการในรูปแบบนี้จะดำเนินการต่อไปอย่างต่อเนื่องและครั้งต่อไปตนจะมีโครงการสัญจรรับฟังความคิดเห็นของชาวนาที่ จ.อุบลราชธานี ในเดือน มิถุนายนนี้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีเกษตรกร และมีการนำข้าวเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก และจะเดินสายไปยังจังหวัดในภาคกลาง โดยยึดหลักในการที่จะจัดในพื้นที่ที่มีการนำเข้ารับจำนำข้าวเป็นจำนวนมากก่อน
 
ส่วนข้าวที่เข้าโครงการนั้นจะมีการขายไปกับบุคคลใดหรือกระจายไปที่ใดบ้างนั้น เป็นเรื่องของคณะทำงานเรื่องการระบายข้าว ซึ่งตนไม่ได้เข้าไปดูในส่วนดังกล่าวแต่เชื่อว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมคณะทำงานจะออกมาเผยแพร่ข้อมูลเอง
 
ส่วนกระแสข่าวว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีในกระทรวงพาณิชย์เนื่องมาจากโครงการจำนำข้าวนั้น ตนยังไม่ทราบกระแสข่าว แต่ตนเป็นคนทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายเหมือนนักฟุตบอลที่ผู้จัดการทีมบอกว่าให้ลงเล่นนาทีที่เท่าไหร่ก็ต้องลง บอกว่าออกมาพักนาทีที่เท่าไหร่ก็ว่าไปตามนั้น ตนคงไม่ไปก้างล่วงดุลพินิจของนายกรัฐมนตรี
 


กลับขึ้นด้านบน